รับทำ SEO รายเดือน คือบริการที่เอเจนซี่ดูแลอันดับเว็บไซต์บน Google ให้ต่อเนื่อง คิดค่าบริการเป็นรอบเดือน และยกเลิกได้เมื่อไม่พอใจ ราคาในไทยปี 2026 เริ่มตั้งแต่ 1,500 บาท/คีย์เวิร์ด ไปจนถึง 25,000–35,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน และบริการที่ทันเกมปี 2026 ต้องรวม AEO (Answer Engine Optimization) คือการทำให้ AI อย่าง ChatGPT แนะนำแบรนด์ ควบคู่กับการติดหน้าแรก Google (อัปเดตล่าสุด: ปี 2026)
- ราคารับทำ SEO รายเดือนในไทยปี 2026 กระจายตั้งแต่ 1,500 บาท/คีย์เวิร์ด ถึง 25,000–35,000 บาทขึ้นไปต่อเดือน อ้างอิงราคาที่ผู้ให้บริการไทยประกาศจริงและกระทู้ Pantip โดยต่างกันตามขอบเขตงานและความยากของคีย์เวิร์ด
- สัญญา SEO รายเดือนยกเลิกได้ทุกรอบเดือน ความเสี่ยงต่ำกว่าสัญญารายปี เหมาะกับ SME ที่จ้างเอเจนซี่ครั้งแรก
- ปี 2026 คนไทยถาม AI ตอบคำถาม (Answer Engine) อย่าง ChatGPT, Gemini และ Perplexity ก่อนตัดสินใจซื้อ การจ้างจึงต้องครอบคลุมทั้ง SEO และ AEO/GEO [ต้องเติม: สถิติสัดส่วนการค้นหาผ่าน AI ในไทยปีล่าสุดพร้อมแหล่งอ้างอิง]
- เอเจนซี่ที่ "การันตีติดหน้าแรกใน 30 วัน" มักใช้เทคนิคสายเทา เสี่ยงโดน Google ลงโทษจนอันดับหายถาวร
- SEO สายขาวเริ่มเห็นผลชัดช่วง 3–6 เดือน จึงควรประเมินเอเจนซี่จาก deliverables และรายงานรายเดือน ไม่ใช่อันดับในเดือนแรก
รับทำ SEO รายเดือนคืออะไร ต่างจากจ้างเป็นโปรเจกต์อย่างไร
รับทำ SEO รายเดือน คือ บริการที่เอเจนซี่ดูแลการทำอันดับเว็บไซต์บน Google ให้อย่างต่อเนื่องโดยคิดค่าบริการเป็นรอบเดือน ครอบคลุมการวิเคราะห์คีย์เวิร์ด ปรับหน้าเว็บ สร้างคอนเทนต์ ทำแบ็คลิงก์ และส่งรายงานผลทุกเดือน ต่างจากจ้างเหมาโปรเจกต์หรือสัญญารายปีตรงที่ยกเลิกได้เมื่อไม่พอใจ ความเสี่ยงของผู้จ้างจึงต่ำกว่ามาก
ข้อดีของแบบรายเดือนคือความยืดหยุ่น คุณเห็นรายงานทุกเดือน แล้วตัดสินใจไปต่อหรือหยุดได้เอง ข้อเสียคือราคาต่อเดือนมักสูงกว่าสัญญารายปีที่ให้ส่วนลดแลกการผูกมัด แต่สำหรับคนที่เพิ่งจ้างบริษัทรับทำ SEO ครั้งแรก หรือเคยเจ็บมาก่อน การจ่ายแพงขึ้นเล็กน้อยเพื่อแลกสิทธิ์ "เลิกได้ถ้าไม่เวิร์ก" มักคุ้มกว่า [ต้องเติม: เงื่อนไขสัญญาขั้นต่ำของ ImVisible]
จ้างรายเดือน vs จ้างรายปี vs ทำเองในทีม เหมาะกับใคร
การจ้าง SEO รายเดือนเหมาะกับ SME งบจำกัดที่อยากทดลองก่อนผูกมัด สัญญารายปีเหมาะกับธุรกิจที่เห็นผลงานเอเจนซี่แล้วและต้องการล็อกราคา ส่วนการทำเองในทีมเหมาะเมื่อมีคนที่รู้ครบทั้ง Technical SEO คอนเทนต์ และการวัดผล ซึ่งในตลาดแรงงานไทยหาไม่ง่ายและต้นทุนจ้างมักสูงกว่าค่าเอเจนซี่
- รายเดือน — เสี่ยงต่ำ เลิกได้ทุกเดือน เหมาะกับผู้จ้างครั้งแรกหรือธุรกิจที่เคยโดนเอเจนซี่ทิ้งงาน
- รายปี — ราคาต่อเดือนถูกกว่า แต่ถ้างานไม่ดีก็ต้องทนจนครบสัญญา เซ็นเมื่อพิสูจน์ผลงานกันแล้วเท่านั้น
- ทำเองในทีม — ควบคุมได้เต็มที่ แต่ต้องแบกทั้งเงินเดือน เครื่องมือ และเวลาเรียนรู้เอง
อยากทำ SEO แต่ไม่มีทีม ควรเริ่มจากอะไร
คนที่อยากทำ SEO แต่ไม่มีทีม เริ่มได้ฟรีจาก 3 อย่าง: ติดตั้ง Google Search Console เพื่อดูว่าเว็บติดคีย์เวิร์ดอะไรอยู่แล้ว, เขียนคอนเทนต์ตอบคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด และปรับข้อมูลธุรกิจให้ตรงกันทุกช่องทาง เมื่อจะแข่งคีย์เวิร์ดเชิงพาณิชย์จริงจัง ค่อยจ้างเอเจนซี่แบบรายเดือนทดลอง 3–6 เดือนแรก
ปี 2026 ทำไมจ้างทำ SEO อย่างเดียวไม่พอ ต้องติดทั้ง Google และ AI Search

ปี 2026 การจ้างทำ SEO อย่างเดียวไม่พอ เพราะคนไทยเปลี่ยนจากค้น Google อย่างเดียว มาถาม AI ตอบคำถาม (Answer Engine) อย่าง ChatGPT, Gemini และ Perplexity ก่อนตัดสินใจซื้อ แพ็กเกจ SEO รายเดือนจึงต้องครอบคลุม AEO และ GEO (Generative Engine Optimization) เพื่อให้แบรนด์ติดหน้าแรก Google และถูก AI แนะนำพร้อมกัน [ต้องเติม: สถิติการใช้ AI Search ปี 2025–2026 พร้อมแหล่งอ้างอิง]
ฝั่ง Google เองก็เปลี่ยนเกม หลายคำค้นแสดง AI Overviews สรุปคำตอบไว้บนสุดก่อนลิงก์เว็บ แปลว่าต่อให้ติดอันดับ 1 แบบเดิม คลิกก็ลดลงได้ ถ้าแบรนด์ไม่ถูกดึงเข้าไปอยู่ในคำตอบของ AI นี่คือเหตุผลที่บริการ SEO AEO ต้องซื้อคู่กัน ไม่ใช่ซื้อแยก
SEO vs AEO vs GEO ต่างกันอย่างไร
SEO คือการทำอันดับบนหน้าผลค้นหา Google ส่วน AEO คือ การปรับแต่งคอนเทนต์และข้อมูลแบรนด์ให้ AI ตอบคำถามดึงไปใช้ตอบและแนะนำแบรนด์ ขณะที่ GEO คือการทำให้ระบบ Generative AI อ้างอิงแบรนด์ในคำตอบที่มันสร้างขึ้น ทั้งสามใช้รากฐานเดียวกันคือคอนเทนต์คุณภาพสายขาว แต่วัดผลคนละแบบ
| หัวข้อ | SEO | AEO | GEO |
|---|---|---|---|
| เป้าหมาย | ติดหน้าแรก Google | ถูก AI ดึงไปตอบคำถาม | ถูกอ้างอิงในคำตอบที่ AI สร้าง |
| ช่องทาง | Google Search | ChatGPT, Gemini, Perplexity | AI Overviews และ Generative AI |
| วิธีวัดผล | อันดับ + traffic | จำนวนครั้งที่ AI เอ่ยถึงแบรนด์ | citation ในคำตอบ AI |
| เครื่องมือ | Google Search Console | ชุดคำถามทดสอบกับ AI | เครื่องมือติดตาม AI mention |
อ่านเจาะลึกต่อได้ที่ GEO คืออะไร ทำไมแบรนด์ต้องติดใน Generative AI
วิธีทดสอบง่าย ๆ ว่าตอนนี้ AI แนะนำแบรนด์คุณหรือยัง
วิธีทดสอบว่า AI แนะนำแบรนด์หรือยัง ทำเองได้ใน 5 นาที: เปิด ChatGPT, Gemini และ Perplexity แล้วพิมพ์คำถามแบบที่ลูกค้าถามจริง เช่น "แนะนำ[สินค้า/บริการของคุณ]เจ้าไหนดีในไทย" จากนั้นดูว่าแบรนด์ถูกเอ่ยถึงหรือไม่ ถ้าไม่ปรากฏสักเจ้า เท่ากับคุณกำลังเสียลูกค้ากลุ่มที่ถาม AI ก่อนซื้อให้คู่แข่ง [ต้องเติม: ภาพ screenshot เคสจริงของลูกค้า ImVisible ที่ถูก AI อ้างอิง]
เคล็ดลับ: ทดสอบด้วยคำถาม 3–5 แบบ ทั้งถามตรง ("เจ้าไหนดี") และถามเทียบ ("A กับ B ต่างกันยังไง") เพราะ AI แต่ละตัวดึงแหล่งข้อมูลไม่เหมือนกัน ดูขั้นตอนละเอียดที่ วิธีเช็กว่าแบรนด์ของคุณถูก ChatGPT แนะนำหรือยัง หรือให้ทีม ImVisible ตรวจการมองเห็นใน AI ให้ฟรี ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งนั้น
ทำไม ImVisible ขาย SEO+AEO+GEO เป็นแพ็กเกจเดียว
ImVisible รวม SEO, AEO และ GEO ไว้ในแพ็กเกจรายเดือนเดียว เพราะทั้งสามงานใช้รากฐานร่วมกัน: คอนเทนต์ที่ตอบคำถามตรง โครงสร้างข้อมูล (schema) ที่ AI อ่านเข้าใจ และความน่าเชื่อถือตามหลัก E-E-A-T การจ้างแยกเจ้าทำให้งานซ้ำซ้อน ข้อมูลแบรนด์ขัดกันเอง และจ่ายแพงกว่าโดยไม่จำเป็น
รับทำ SEO รายเดือนครบวงจร แต่ละเดือนเอเจนซี่ทำอะไรให้บ้าง
บริการรับทำ SEO รายเดือนครบวงจรครอบคลุม 5 กลุ่มงานหลัก: วิเคราะห์คีย์เวิร์ดและคู่แข่ง, ปรับ Technical SEO และโครงสร้างเว็บ, ผลิตคอนเทนต์สายขาว, สร้างแบ็คลิงก์คุณภาพ และรายงานผลด้วยข้อมูลจริงจาก Google Search Console ทุกเดือน โดยเดือนที่ 1–2 เน้นวางรากฐาน เดือนที่ 3–6 เน้นเร่งอันดับและวัดผล
จากเคสที่เจอบ่อย ปัญหาของผู้จ้างไม่ใช่ "เอเจนซี่ไม่ทำงาน" แต่คือไม่รู้ว่าแต่ละเดือนควรได้อะไร เลยตรวจงานไม่ถูก ไทม์ไลน์ด้านล่างนี้ก็อปไปใช้เช็กงานเอเจนซี่เจ้าไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่ ImVisible [ต้องเติม: รายการ deliverables จริงในแพ็กเกจ ImVisible]
เดือนที่ 1: Audit + Keyword Research + วางโครงสร้าง
เดือนแรกของงาน SEO รายเดือนคือการวางรากฐาน ยังไม่ใช่เดือนที่อันดับขยับ สิ่งที่ผู้จ้างต้องได้รับครบมี 5 รายการ: รายงาน Technical Audit, รายการคีย์เวิร์ดพร้อมข้อมูลการค้นหา, ผลวิเคราะห์คู่แข่ง, แผนคอนเทนต์ล่วงหน้า และสิทธิ์เข้าถึง Google Search Console ร่วมกัน
- รายงาน Technical Audit ระบุปัญหาเว็บ เช่น ความเร็วโหลด โครงสร้าง URL หน้าซ้ำซ้อน พร้อมแผนแก้
- รายการคีย์เวิร์ดเป้าหมายพร้อมปริมาณการค้นหาและระดับการแข่งขัน ไม่ใช่คีย์เวิร์ดที่เอเจนซี่เลือกเองลอย ๆ
- ผลวิเคราะห์คู่แข่ง 3–5 รายที่ติดหน้าแรกอยู่ ว่าชนะด้วยอะไร
- แผนคอนเทนต์ (Content Plan) ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
- สิทธิ์เข้าถึง Google Search Console ร่วมกัน — ข้อนี้ห้ามข้าม เพราะเป็นข้อมูลจริงที่ปลอมไม่ได้
เดือนที่ 2–3: On-page, คอนเทนต์ และเริ่มงาน AEO
เดือนที่ 2–3 ของงาน SEO รายเดือนคือช่วงลงมือแก้และสร้าง สิ่งที่ต้องเห็นเป็นรูปธรรม: หน้าเว็บหลักถูกปรับ On-page SEO ครบ คอนเทนต์ใหม่เผยแพร่ตามแผน เริ่มติดตั้ง schema รองรับงาน AEO และปัญหา Technical จากเดือนแรกถูกแก้ไปแล้วส่วนใหญ่พร้อมหลักฐานก่อน-หลัง
- ปรับ On-page SEO หน้าเว็บหลักครบ: title, heading, โครงสร้างเนื้อหา, internal link
- คอนเทนต์ใหม่ออกตามแผน โครงสร้างตอบคำถามตรง รองรับทั้ง Google และ AI ตอบคำถาม
- ติดตั้ง schema markup ให้ AI อ่านข้อมูลธุรกิจ สินค้า และ FAQ ได้ถูกต้อง — จุดเริ่มของงาน AEO
- ปัญหา Technical จากเดือนแรกแก้แล้วอย่างน้อย 70–80% พร้อมหลักฐานเทียบก่อน-หลัง
เดือนที่ 4–6: Off-page, วัดผล และขยายคีย์เวิร์ด
เดือนที่ 4–6 คือช่วงที่ SEO สายขาวเริ่มออกผล คีย์เวิร์ดกลุ่มแรกควรขยับเข้าหน้า 1–2 แล้ว งานหลักคือสร้างแบ็คลิงก์คุณภาพพร้อมเปิดเผยแหล่งที่มาทุกลิงก์ ขยายคีย์เวิร์ดชุดถัดไปตามข้อมูลจริง ทดสอบการมองเห็นใน ChatGPT, Gemini, Perplexity เทียบก่อนเริ่มงาน และดันคอนเทนต์ที่ค้างหน้า 2–3 ให้ทะลุหน้าแรก
รายงานรายเดือนที่ดีต้องมีอะไรบ้าง
รายงาน SEO รายเดือนที่ดีต้องมี 4 ตัวชี้วัดครบ: อันดับคีย์เวิร์ด, traffic จริงจาก Google Search Console, conversion คือลูกค้าติดต่อหรือยอดขายจากช่องทาง organic และในปี 2026 ต้องเพิ่ม AI citation คือจำนวนครั้งที่แบรนด์ถูก AI ตอบคำถามเอ่ยถึง จากชุดคำถามทดสอบเดิมทุกเดือน
ข้อควรระวัง: รายงานที่มีแค่กราฟอันดับสวย ๆ ไม่โชว์ traffic และ conversion คือสัญญาณว่าเอเจนซี่อาจเลือกคีย์เวิร์ดง่ายที่ไม่มีคนค้นมาโชว์ผลงาน
รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่ ค่าบริการรายเดือนในไทยปี 2026

รับทำ SEO ราคารายเดือนในไทยปี 2026 อยู่ระหว่าง 1,500 บาทต่อคีย์เวิร์ดในแพ็กเกจพื้นฐาน ไปจนถึง 25,000–35,000 บาทขึ้นไปต่อเดือนสำหรับงานครบวงจร ราคาต่างกันตามจำนวนคีย์เวิร์ด ความยากของตลาด ปริมาณคอนเทนต์ต่อเดือน และการรวมบริการ AEO/GEO เข้าในแพ็กเกจ
ราคาที่เปิดเผยจริงในตลาด: ผู้ให้บริการบางรายเริ่ม 1,500 บาท/คีย์เวิร์ด บางเจ้าประกาศ 16,000 บาท/เดือน ส่วนกระทู้ Pantip ที่ผู้จ้างจริงมาแชร์ระบุช่วง 20,000–35,000 บาท/เดือน สำหรับงานครบวงจร คำถามคือทำไมราคาต่างกันเกือบ 20 เท่า — คำตอบอยู่ที่ขอบเขตงานในตารางถัดไป [ต้องเติม: ราคาแพ็กเกจ ImVisible]
ตารางช่วงราคา 3 ระดับ: ได้อะไร ไม่ได้อะไร เหมาะกับใคร
| ช่วงราคา/เดือน | มักได้อะไร | มักไม่ได้อะไร | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 10,000 บาท | ดันคีย์เวิร์ดจำนวนจำกัด ปรับ On-page พื้นฐาน | คอนเทนต์ใหม่ แบ็คลิงก์คุณภาพ งาน AEO | เว็บเล็ก คีย์เวิร์ดเฉพาะทางแข่งต่ำ |
| 10,000–25,000 บาท | คีย์เวิร์ดหลายกลุ่ม + คอนเทนต์รายเดือน + Technical SEO | งาน AEO/GEO เต็มรูปแบบ รายงาน conversion เชิงลึก | SME ที่แข่งในตลาดระดับกลาง |
| 25,000 บาทขึ้นไป | ครบวงจร: คอนเทนต์ + ลิงก์ + Technical + AEO/GEO + รายงาน 4 ตัวชี้วัด | — | ธุรกิจคีย์เวิร์ดแข่งสูง หรือต้องการโตจริงจัง |
ทำไมแพ็กเกจถูกมากถึงเสี่ยง: ต้นทุนจริงของคอนเทนต์และลิงก์คุณภาพ
แพ็กเกจ SEO ราคาถูกผิดปกติเสี่ยงสูง เพราะต้นทุนงานสายขาวกดต่ำไม่ได้: คอนเทนต์คุณภาพ 1 ชิ้นต้องมีคนวิเคราะห์คีย์เวิร์ด เขียน และตรวจ แบ็คลิงก์จากเว็บจริงที่เกี่ยวกับธุรกิจก็มีต้นทุนต่อลิงก์ เมื่อราคาขายต่ำกว่าต้นทุน เอเจนซี่เหลือทางเดียวคือใช้เนื้อหาปั่นอัตโนมัติหรือลิงก์สแปม — ซึ่งก็คือสายเทา
สรุปเร็ว: ราคาถูกไม่ผิด แต่ต้องถามให้ชัดว่า "ราคานี้รวมคอนเทนต์กี่ชิ้น ลิงก์มาจากไหน" ถ้าตอบไม่ได้ ให้นับเป็นสัญญาณเตือนทันที
ราคารวม AEO/GEO ต่างจาก SEO เพียว ๆ อย่างไร
แพ็กเกจที่รวม AEO/GEO ราคาสูงกว่า SEO อย่างเดียว เพราะเพิ่มงาน 3 ส่วน: ปรับโครงสร้างคอนเทนต์ให้ AI ดึงไปตอบได้, ทำ schema และข้อมูลแบรนด์ให้ตรงกันทั่วเว็บ และติดตามการถูก AI อ้างอิงทุกเดือน แต่เทียบกับจ้างแยก 2 เจ้า การซื้อรวมมักถูกกว่าและงานไม่ชนกัน ดูรายละเอียดที่ เปรียบเทียบแพ็กเกจ SEO+AEO+GEO และราคา
SEO สายขาวกับสายเทา (Black Hat SEO) คืออะไร ต่างกันอย่างไร

SEO สายขาว (White Hat) คือ การทำอันดับด้วยเทคนิคที่ Google อนุญาตตาม Google Search Essentials เช่น คอนเทนต์คุณภาพและลิงก์ธรรมชาติ ผลจึงยั่งยืนระยะยาว ส่วน SEO สายเทา คือ การเร่งอันดับด้วยวิธีฝ่าฝืนกฎ Google เช่น แบ็คลิงก์สแปม ยัดคีย์เวิร์ด หรือเนื้อหาปั่นอัตโนมัติ ติดเร็วแต่เสี่ยงโดนลงโทษจนเว็บหายจากผลค้นหา
เทคนิคสายเทาที่ยังเจอในตลาดไทย: สร้างเครือข่ายเว็บปลอม (PBN) ยิงลิงก์หากันเอง, ซื้อลิงก์จำนวนมากจากเว็บที่ไม่เกี่ยวข้อง และทำ doorway pages คือหน้าที่สร้างมาดักคีย์เวิร์ดโดยไม่มีเนื้อหาจริง เมื่อ Google ตรวจพบ บทลงโทษมีตั้งแต่อันดับร่วงทั้งเว็บจนถึง manual action ที่ทำให้เว็บหายจากผลค้นหา และการกู้คืนใช้เวลาหลายเดือนโดยไม่มีอะไรรับประกันว่ากลับมาเท่าเดิม
ตารางเทียบ: วิธีการ ความเร็วเห็นผล ความเสี่ยง ผลระยะยาว
| หัวข้อ | SEO สายขาว | SEO สายเทา |
|---|---|---|
| วิธีการ | คอนเทนต์คุณภาพ, Technical SEO, ลิงก์ธรรมชาติ | PBN, ซื้อลิงก์สแปม, ยัดคีย์เวิร์ด, เนื้อหาปั่น |
| ความเร็วเห็นผล | 3–6 เดือน | บางเคสไม่กี่สัปดาห์ |
| ความเสี่ยง | ต่ำ — ทำตาม Google Guideline | สูง — เสี่ยง manual action เว็บหายจากผลค้นหา |
| ผลระยะยาว | อันดับยั่งยืน เป็นสินทรัพย์ของแบรนด์ | อันดับหายเมื่ออัลกอริทึมอัปเดต กู้คืนยาก |
วิธีเช็กว่าเอเจนซี่ใช้แบ็คลิงก์สายขาวหรือสายเทา
วิธีเช็กแบ็คลิงก์ของเอเจนซี่มี 3 ขั้น: ขอรายการลิงก์ทั้งหมดพร้อม URL ต้นทาง — เจ้าสายขาวให้ทันที เจ้าที่อ้าง "ความลับทางการค้า" ให้ระวัง, สุ่มเปิดเว็บต้นทางดูว่าเป็นเว็บจริงที่มีคนอ่านหรือเว็บร้างที่มีแต่ลิงก์ขาออก และดูรายงาน Links ใน Google Search Console ว่ามีโดเมนแปลกหรือภาษาที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจโผล่ผิดปกติหรือไม่
ทำไมงาน AEO บังคับให้ต้องเป็นสายขาวเท่านั้น
งาน AEO ทำด้วยเทคนิคสายเทาไม่ได้ เพราะ AI ตอบคำถามอย่าง ChatGPT, Gemini และ Perplexity เลือกอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและถูกกล่าวถึงสม่ำเสมอในหลายแหล่ง ลิงก์สแปมไม่ช่วยให้ AI เชื่อแบรนด์ ตรงกันข้าม เว็บที่โดน Google ลงโทษจนหายจากผลค้นหา ก็หายจากแหล่งข้อมูลที่ AI ดึงไปใช้ด้วย เท่ากับแพ้ทั้งสองสนามพร้อมกัน
ทำ SEO เจ้าไหนดี เกณฑ์เลือกบริษัทรับทำ SEO AEO ในไทย
ทำ SEO เจ้าไหนดี ตัดสินได้ด้วย 7 เกณฑ์: มีผลงานจริงตรวจสอบได้, ทำสายขาวตาม Google Guideline, เปิดเผย deliverables รายเดือนชัดเจน, รายงานด้วยข้อมูลจริงจาก Google Search Console, ไม่การันตีอันดับ 100%, สัญญายืดหยุ่นยกเลิกได้ และปี 2026 ต้องมีบริการ AEO/GEO ให้ AI แนะนำแบรนด์ด้วย
บทความจัดอันดับ "บริษัท SEO ที่ดีที่สุด" ส่วนใหญ่ลิสต์ชื่อบริษัท แต่ไม่ให้เกณฑ์คัดกรอง ผู้อ่านจึงเลือกไม่ถูกอยู่ดี checklist ด้านล่างนี้ใช้คัดเอเจนซี่เจ้าไหนก็ได้อย่างเป็นกลาง — รวมถึงใช้คัด ImVisible เองด้วย
Checklist 7 ข้อก่อนเซ็นสัญญา SEO รายเดือน
- ผลงานตรวจสอบได้ — ขอชื่อเว็บลูกค้าจริงและคีย์เวิร์ดที่ติด แล้วลองค้นเองว่าติดจริงไหม
- ยืนยันเป็นสายขาว — ถามตรง ๆ ว่าลิงก์มาจากไหน สร้างอย่างไร และขอดูตัวอย่าง
- Deliverables รายเดือนเป็นลายลักษณ์อักษร — ระบุจำนวนคอนเทนต์ ลิงก์ และงาน Technical ต่อเดือน
- รายงานจากข้อมูลจริง — อิง Google Search Console ที่คุณเข้าถึงเองได้ ไม่ใช่กราฟที่เอเจนซี่ทำมาให้ดูอย่างเดียว
- ไม่การันตีอันดับ 100% — เจ้าที่การันตีคือเจ้าที่ควรตัดออกก่อน
- เงื่อนไขยกเลิกชัดเจน — แจ้งล่วงหน้ากี่วัน และงานที่ทำแล้วเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
- มีแผน AEO/GEO — ถามว่าวัดการถูก AI อ้างอิงอย่างไร ถ้าตอบไม่ได้ แสดงว่ายังทำงานแบบก่อนยุค AI Search
คำถามที่ควรถามในการประชุมครั้งแรก
คำถามที่ควรถามเอเจนซี่ SEO ก่อนตัดสินใจมี 5 ข้อ ซึ่งแยกมืออาชีพออกจากเซลส์ได้เร็วที่สุด เพราะบังคับให้ต้องตอบด้วยข้อมูลและกระบวนการจริง ไม่ใช่คำสัญญา:
- "คีย์เวิร์ดที่เสนอมา มีปริมาณการค้นหาต่อเดือนเท่าไหร่ เอาตัวเลขจากไหน" — เช็กว่าเลือกจากข้อมูลจริง
- "เดือนแรกผมจะได้เอกสารอะไรบ้าง" — เทียบกับไทม์ไลน์เดือนที่ 1 ในบทความนี้ได้ทันที
- "แบ็คลิงก์สร้างจากที่ไหน เปิดเผยรายการได้ไหม" — คัดสายเทาออก
- "ถ้า 6 เดือนแล้วไม่เห็นผล มีเงื่อนไขอะไรรองรับ" — วัดความรับผิดชอบ
- "ถ้าลูกค้าถาม ChatGPT ว่าธุรกิจแบบผมเจ้าไหนดี ทำอย่างไรให้แบรนด์ผมถูกแนะนำ" — เช็กว่าเข้าใจ AEO จริง หรือแค่ใส่คำนี้ในโบรชัวร
