รับทำ SEOimvisible.tech
หน้าแรก › SEO/AEO/GEO long-tail
SEO/AEO/GEO long-tail

แพ็กเกจ SEO ราคา

แพ็กเกจ SEO ราคา
สรุปคำตอบแพ็กเกจ SEO ราคา ในไทยปี 2026 เริ่มต้นประมาณ 12,000–15,000 บาท/เดือน สำหรับธุรกิจ SME อุตสาหกรรมแข่งขันสูงใช้งบ 30,000–250,000 บาท/เดือน ส่วนเอเจนซีใหญ่คิด

แพ็กเกจ SEO ราคาในไทยปี 2026 เริ่มต้นประมาณ 12,000–15,000 บาท/เดือนสำหรับธุรกิจ SME อุตสาหกรรมแข่งขันสูงใช้งบ 30,000–250,000 บาท/เดือน ส่วนเอเจนซีใหญ่คิดรายปีราว 180,000–565,000 บาท/ปี ราคาต่างกันตามจำนวนคีย์เวิร์ด ความยากของตลาด และการรวมงาน AEO/GEO สำหรับ AI Search (อัปเดตล่าสุดปี 2026 จากราคาประกาศจริงของผู้ให้บริการในไทย)

  • ราคาเริ่มต้นตลาดไทยปี 2026: Maketoweb เริ่ม 12,000 บาท/เดือน ฟรีแลนซ์บน Fastwork เริ่ม 15,000 บาท
  • เอเจนซีใหญ่คิดรายปี: Readyplanet SEO Silver 180,000 บาท/ปี Gold 220,000 บาท/ปี และแพ็กเกจ AI SEO 185,000–565,000 บาท
  • อุตสาหกรรมแข่งขันสูง เช่น อสังหาฯ และเสริมความงาม ต้องใช้แพ็กเกจเชิงรุก 30,000–250,000 บาท/เดือน หรือจ่ายรายชั่วโมง 2,000–10,000 บาท/ชม. (อ้างอิง Degito)
  • ปี 2026 แพ็กเกจ SEO อย่างเดียวไม่พอ ต้องรวม AEO (การทำให้ AI ตอบโดยอ้างอิงแบรนด์) เพื่อให้ ChatGPT, Gemini, Perplexity แนะนำแบรนด์คุณด้วย
  • ราคาถูกผิดปกติคือสัญญาณ SEO สายเทา/Blackhat เสี่ยงโดน Google ลงโทษ และต้นทุนกู้คืนแพงกว่าค่าแพ็กเกจสายขาวหลายเท่า

แพ็กเกจ SEO ราคาเท่าไหร่ในปี 2026 (สรุปช่วงราคาตลาดไทย)

แพ็กเกจ SEO ราคาในไทยปี 2026 อยู่ที่ 12,000–15,000 บาท/เดือนสำหรับธุรกิจ SME ขยับเป็น 30,000–250,000 บาท/เดือนในอุตสาหกรรมแข่งขันสูง ส่วนเอเจนซีใหญ่คิดรายปี 180,000–565,000 บาท/ปี ราคาขึ้นกับจำนวนคีย์เวิร์ด ความยากของตลาด และขอบเขตงานว่ารวม AEO/AI Search หรือไม่

ตัวเลขทั้งหมดมาจากราคาที่ผู้ให้บริการประกาศจริง ไม่ใช่การประมาณลอย ๆ ปัญหาคือแต่ละเจ้าโชว์เฉพาะราคาของตัวเอง คุณเลยเทียบภาพรวมตลาดยาก ตารางนี้รวบให้จบในหน้าเดียว

ตารางช่วงราคาตามขนาดธุรกิจ: ฟรีแลนซ์ / เอเจนซี SME / เอเจนซีใหญ่

ช่วงราคาแพ็กเกจ SEO แบ่งตามประเภทผู้ให้บริการได้ 4 กลุ่ม คือ ฟรีแลนซ์เริ่ม 15,000 บาท เอเจนซี SME 12,000–50,000 บาท/เดือน เอเจนซีใหญ่ 180,000–565,000 บาท/ปี และแพ็กเกจเชิงรุกสำหรับตลาดแข่งขันสูง 30,000–250,000 บาท/เดือน ใช้เป็น baseline ก่อนขอใบเสนอราคาได้ทันที

ประเภทผู้ให้บริการช่วงราคาตัวอย่างราคาจริงปี 2026เหมาะกับ
ฟรีแลนซ์เริ่ม 15,000 บาทFastwork เริ่มต้น 15,000 บาทเว็บเล็ก งบจำกัด
เอเจนซีระดับ SME12,000–50,000 บาท/เดือนMaketoweb เริ่ม 12,000 บาท/เดือนSME ที่ต้องการทีมครบ
เอเจนซีใหญ่ (รายปี)180,000–565,000 บาท/ปีReadyplanet Silver 180,000 / Gold 220,000 บาท/ปี, AI SEO 185,000–565,000 บาทองค์กรที่ต้องการ SLA
แพ็กเกจเชิงรุก/รายชั่วโมง30,000–250,000 บาท/เดือนDegito 30,000–250,000 บาท/เดือน หรือ 2,000–10,000 บาท/ชม.อสังหาฯ ความงาม ตลาดแข่งดุ

สรุปเร็ว: ถ้าใบเสนอราคาที่ได้ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือนมาก ให้ตั้งคำถามทันทีว่าตัดงานส่วนไหนออก หรือใช้เทคนิคสายเทาหรือเปล่า

ราคานี้รวมอะไรบ้างโดยทั่วไป (คีย์เวิร์ด คอนเทนต์ Technical รายงาน)

แพ็กเกจ SEO คือ บริการเหมาขอบเขตงานปรับเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google คิดราคาแบบรายเดือนหรือรายปี ครอบคลุมงานคีย์เวิร์ด คอนเทนต์ Technical SEO และแบ็คลิงก์ (Backlink) ตามระดับแพ็กเกจ งานมาตรฐาน 5 อย่างต่อไปนี้ควรอยู่ในทุกระดับราคา

  • วิจัยคีย์เวิร์ด — เลือกคำที่มีคนค้นจริงและปิดการขายได้ ไม่ใช่แค่คำที่แข่งง่าย
  • คอนเทนต์รายเดือน — จำนวนบทความต่อเดือนต้องระบุชัดในใบเสนอราคา
  • Technical SEO — แก้ความเร็วเว็บ โครงสร้าง URL และ Structured Data (Schema Markup)
  • แบ็คลิงก์ (Backlink) — ต้องระบุทั้งจำนวนและ "แหล่งที่มา" ไม่ใช่จำนวนอย่างเดียว
  • รายงานผลรายเดือน — อันดับ traffic และงานที่ทำจริงในเดือนนั้น

ทำไมบางเจ้าคิดรายเดือน บางเจ้าคิดรายปี

การคิดรายเดือนเหมาะกับ SME ที่อยากคุมกระแสเงินสดและทดลองผลงานก่อนผูกยาว ส่วนการคิดรายปีอย่าง Readyplanet (Silver 180,000 บาท/ปี เฉลี่ย 15,000 บาท/เดือน) สะท้อนธรรมชาติของ SEO ที่ต้องทำต่อเนื่อง 6–12 เดือนจึงเห็นผลชัด บางเจ้าอย่าง Degito มีแบบรายชั่วโมง 2,000–10,000 บาท/ชม. สำหรับงานที่ปรึกษาเฉพาะจุดด้วย

อะไรทำให้ราคาแพ็กเกจ SEO ต่างกันตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน

อะไรทำให้ราคาแพ็กเกจ SEO ต่างกันตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน

ราคาแพ็กเกจ SEO ต่างกันเพราะ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ จำนวนและความยากของคีย์เวิร์ด ความแข่งขันของอุตสาหกรรม ปริมาณคอนเทนต์ต่อเดือน งาน Technical SEO และคุณภาพแบ็คลิงก์ แพ็กเกจที่รวม AEO/GEO สำหรับ AI Search มีต้นทุนเพิ่มจากงาน Structured Data และคอนเทนต์แบบ answer-first

นี่คือคำตอบของคำถามที่คนถือใบเสนอราคา 2–3 ใบสงสัยที่สุด ทำไมเจ้าหนึ่ง 12,000 บาท อีกเจ้า 185,000 บาท ทั้งที่เขียนว่า "รับทำ SEO" เหมือนกัน

จำนวนคีย์เวิร์ดและระดับความยาก (Keyword Difficulty)

จำนวนคีย์เวิร์ดที่ดูแลคือตัวแปรแรกของราคา แพ็กเกจเริ่มต้นมักดูแล 5–10 คำ แพ็กเกจใหญ่ดูแลหลายสิบคำพร้อม long-tail แต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนคือ ความยาก คำอย่าง "คอนโดติดรถไฟฟ้า" หรือ "ศัลยกรรมจมูก" มีคู่แข่งงบหนาแย่งกันทั้งตลาด อุตสาหกรรมอสังหาฯ และเสริมความงามจึงต้องใช้แพ็กเกจเชิงรุกราว 30,000–250,000 บาท/เดือน (อ้างอิงราคา Degito ปี 2026)

[ต้องเติม: ตัวอย่างจำนวนคีย์เวิร์ด/บทความต่อเดือนในแต่ละระดับราคาจากแพ็กเกจ ImVisible]

งานคอนเทนต์และ Technical SEO ที่รวมในแพ็กเกจ

คอนเทนต์คือต้นทุนก้อนใหญ่สุดของแพ็กเกจสายขาว เพราะบทความคุณภาพหนึ่งชิ้นต้องผ่านการวิจัย เขียน และปรับโครงสร้างให้ทั้ง Google และ AI อ่านเข้าใจ เช็กในใบเสนอราคาว่าระบุครบ 4 ข้อนี้ไหม

  • จำนวนบทความต่อเดือน พร้อมความยาวขั้นต่ำ และใครเป็นคนเขียน
  • งาน Technical SEO เช่น แก้ความเร็วเว็บ mobile-friendly และหน้า error
  • Structured Data (Schema Markup) — จุดที่แพ็กเกจถูกมักตัดทิ้ง ทั้งที่จำเป็นต่อ AI Search
  • การปรับหน้าเดิม ไม่ใช่เพิ่มหน้าใหม่อย่างเดียว

คุณภาพแบ็คลิงก์สายขาว vs ปริมาณลิงก์ราคาถูก

แบ็คลิงก์ (Backlink) คุณภาพจากเว็บที่เกี่ยวข้องจริงมีต้นทุนต่อลิงก์สูง เพราะต้องสร้างคอนเทนต์ที่เว็บอื่นอยากอ้างถึง หรือเจรจาลงบทความในสื่อที่น่าเชื่อถือ ส่วนลิงก์ราคาถูกแบบเหมาพันลิงก์มาจากเว็บสแปมที่ Google จับได้ นี่คือเหตุผลที่แพ็กเกจ 12,000 บาทกับ 100,000 บาทให้ "จำนวนลิงก์" ใกล้กันได้ แต่มูลค่าจริงคนละโลก

ส่วนเพิ่มสำหรับ AEO/GEO และ AI Search

AEO (Answer Engine Optimization) คือ การปรับคอนเทนต์และโครงสร้างข้อมูลของแบรนด์ให้ AI answer engines เช่น ChatGPT, Gemini, Perplexity ดึงไปตอบและอ้างอิงแบรนด์เมื่อผู้ใช้ถามคำถามที่เกี่ยวข้อง ส่วน GEO (การทำให้ AI แนะนำแบรนด์ในคำตอบเชิงสร้างสรรค์) คืองานขั้นถัดไปที่ทำให้ AI "แนะนำ" ชื่อแบรนด์โดยตรง

งานสองส่วนนี้ทำให้ราคาแพ็กเกจปี 2026 ขยับขึ้น เพราะต้องปรับคอนเทนต์เป็นแบบ answer-first ใส่ Structured Data ครบ และวัดผลการถูกอ้างอิงใน AI ตลาดเริ่มคิดราคาแยกแล้ว — Readyplanet ตั้งแพ็กเกจ AI SEO ที่ 185,000 / 225,000 / 345,000 / 565,000 บาท

เปรียบเทียบ: จ้างฟรีแลนซ์ เอเจนซี SME หรือเอเจนซีใหญ่ แบบไหนคุ้มกว่า

การเลือกจ้างฟรีแลนซ์ เอเจนซี SME หรือเอเจนซีใหญ่ ขึ้นกับงบและขอบเขตงาน ฟรีแลนซ์เริ่ม 15,000 บาทเหมาะกับเว็บเล็ก เอเจนซี SME 12,000–50,000 บาท/เดือนเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทีมครบวงจร เอเจนซีใหญ่รายปี 180,000 บาทขึ้นไปเหมาะกับองค์กรที่ต้องการ SLA ชัดเจน ตัดสินใจจากขอบเขตงานต่อบาท ไม่ใช่ราคารวม

ตารางเทียบ: ราคา ขอบเขตงาน ความรับผิดชอบ ความเสี่ยง

เกณฑ์ฟรีแลนซ์เอเจนซี SMEเอเจนซีใหญ่
ราคาเริ่ม 15,000 บาท (Fastwork ตอบกลับใน 2 ชั่วโมง)12,000–50,000 บาท/เดือน180,000–565,000 บาท/ปี
ขอบเขตงานเฉพาะจุด ตามตกลงครบ: คอนเทนต์ + Technical + ลิงก์ครบ + AI SEO + SLA
ความต่อเนื่องขึ้นกับคนเดียวมีทีมสำรองระบบทีมเต็มรูปแบบ
ความเสี่ยงคนหาย งานสะดุดคุณภาพต่างกันมาก ต้องคัดดี ๆราคาสูง ผูกสัญญายาว

รูปแบบสัญญา: รายเดือน รายปี รายชั่วโมง ต่างกันอย่างไร

สัญญารายเดือนยืดหยุ่นสุดแต่มักมีขั้นต่ำ 6 เดือน สัญญารายปีเฉลี่ยต่อเดือนถูกกว่าและบังคับความต่อเนื่อง ซึ่งดีต่อผล SEO ที่ต้องสะสม ส่วนรายชั่วโมง 2,000–10,000 บาท/ชม. (อ้างอิง Degito) เหมาะกับการจ้างที่ปรึกษาตรวจเว็บหรือวางกลยุทธ์ให้ทีมในบริษัททำเอง จ่ายครั้งเดียวได้แผน ไม่ต้องผูกยาว

งบเท่าไหร่ควรเลือกแบบไหน (สูตรเทียบกับมูลค่าลูกค้าต่อราย)

สูตรตั้งงบ SEO ที่ใช้ได้จริงคือเทียบค่าแพ็กเกจกับมูลค่าลูกค้าต่อราย (Customer Lifetime Value) เช่น ถ้าลูกค้าหนึ่งรายสร้างรายได้ 30,000 บาท แพ็กเกจ 15,000 บาท/เดือนคุ้มทันทีที่ SEO พาลูกค้าใหม่มาเดือนละ 1 รายขึ้นไป แต่ถ้าลูกค้าต่อรายมีมูลค่าหลักร้อย คุณต้องการ traffic ปริมาณมาก ซึ่งหมายถึงคีย์เวิร์ดกว้างขึ้นและงบสูงขึ้น

[ต้องเติม: ตัวอย่างการคำนวณจริงจากเคส ImVisible]

เคล็ดลับจากประสบการณ์อ่านใบเสนอราคาหลายสิบฉบับ: ขอให้ทุกเจ้าแตกราคาเป็น deliverables ต่อเดือน — บทความกี่ชิ้น ลิงก์กี่ลิงก์ งาน Technical อะไรบ้าง — แล้วหารด้วยราคา คุณจะเห็น "ราคาต่อชิ้นงาน" ที่เทียบกันได้จริง เจ้าที่ถูกสุดมักไม่ใช่เจ้าที่คุ้มสุด

SEO สายเทา (Blackhat SEO) คืออะไร ทำไมแพ็กเกจถูกผิดปกติถึงอันตราย

SEO สายเทา (Blackhat SEO) คืออะไร ทำไมแพ็กเกจถูกผิดปกติถึงอันตราย

SEO สายเทา (Blackhat SEO) คือ การใช้เทคนิคฝ่าฝืนแนวทาง Google เช่น ซื้อแบ็คลิงก์สแปมจำนวนมาก ปั่นบทความซ้ำ หรือซ่อนคีย์เวิร์ด เพื่อดันอันดับเร็วในราคาถูก เมื่อ Google ตรวจพบ เว็บจะถูกลดอันดับหรือถอดออกจากผลค้นหา ทำให้ต้นทุนกู้คืนสูงกว่าค่าแพ็กเกจสายขาวหลายเท่า

นี่คือจุดเชื่อมระหว่าง "ราคา" กับ "ความเสี่ยง" ที่แทบไม่มีใครพูดตรง ๆ แพ็กเกจถูกผิดปกติไม่ได้แปลว่าผู้ให้บริการใจดี แต่แปลว่าต้นทุนงานต่ำ และวิธีเดียวที่กดต้นทุนได้ขนาดนั้นคือใช้เครื่องมืออัตโนมัติปั่นลิงก์และคอนเทนต์ [ต้องเติม: ตัวอย่างการลงโทษของ Google เช่น Manual Action / core update ที่กระทบเว็บสายเทา พร้อมปีอ้างอิง]

แบ็คลิงก์สายขาว vs แบ็คลิงก์สายเทา ต่างกันอย่างไร ราคาสะท้อนตรงไหน

แบ็คลิงก์สายขาวมาจากเว็บที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง เช่น สื่อในอุตสาหกรรม บล็อกที่มีคนอ่านจริง หรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ได้ทีละลิงก์และมีต้นทุนจริงต่อลิงก์ ส่วนแบ็คลิงก์สายเทามาจากเครือข่ายเว็บปลอม (PBN) หรือเว็บสแปมที่ขายเหมาเป็นแพ็กหลักพันลิงก์ ราคาจึงฟ้องทันที เจ้าที่ "แถมแบ็คลิงก์ 1,000 ลิงก์" ในแพ็กเกจ 8,000 บาท คณิตศาสตร์ไม่มีทางเป็นลิงก์คุณภาพได้

[ต้องเติม: เคสจริงหรือสถิติเว็บที่อันดับตกหลังใช้แบ็คลิงก์สแปม]

สัญญาณเตือนแพ็กเกจสายเทา: ตรวจได้ก่อนจ้าง

สัญญาณเตือนแพ็กเกจสายเทามี 5 ข้อที่ตรวจได้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา ได้แก่ การันตีติดอันดับใน 7 วัน ขายแบ็คลิงก์เป็นแพ็กหลักพันลิงก์ ไม่เปิดเผยวิธีทำงาน ไม่มีรายงานแหล่งที่มาของลิงก์ และราคาต่ำกว่าตลาดมากทั้งที่ขอบเขตงานเท่ากัน เจอข้อใดข้อหนึ่งให้ระวังทันที

  • การันตีอันดับ 1 ใน 7 วัน — ไม่มีใครควบคุมอัลกอริทึม Google ได้ สัญญาแบบนี้ทำได้ทางเดียวคือใช้เทคนิคเสี่ยง
  • ขายแบ็คลิงก์เหมาหลักร้อยหลักพันลิงก์ — ลิงก์คุณภาพสร้างจำนวนมากในราคาถูกไม่ได้
  • อ้างว่าวิธีทำงานเป็น "ความลับทางเทคนิค" — สายขาวเปิดเผยกระบวนการได้เสมอ
  • ขอ list ลิงก์แล้วบ่ายเบี่ยง — แปลว่าโชว์ไม่ได้
  • ราคาต่ำกว่าครึ่งของ baseline 12,000–15,000 บาท/เดือน ทั้งที่ขอบเขตงานอ้างว่าเท่ากัน

ทำไม SEO สายขาวถึงคุ้มกว่าตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไป

SEO สายขาว (White Hat SEO) คือ การทำอันดับตามแนวทางที่ Google อนุญาต เน้นคอนเทนต์คุณภาพ โครงสร้างเว็บที่ดี และแบ็คลิงก์จากเว็บที่เกี่ยวข้องจริง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนระยะยาว จุดแข็งคือมันสร้างสินทรัพย์ที่สะสมได้ บทความที่ติดอันดับแล้วดึง traffic ต่อเนื่องโดยไม่ต้องจ่ายต่อคลิก

พอเข้าปีที่ 2 ต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายจึงลดลงเรื่อย ๆ ต่างจากสายเทาที่ต้องลุ้นทุก core update และอาจต้องนับหนึ่งใหม่ทั้งเว็บ ทีม ImVisible เลือกแนวทางสายขาวและเปิดเผยวิธีทำงานทุกขั้นตอน เพราะเห็นมาแล้วว่าเว็บที่โดนลงโทษเจ็บแค่ไหน — ข้อเสียเดียวของสายขาวคือต้องอดทนรอผล 4–6 เดือน ซึ่งเราบอกลูกค้าตรง ๆ ตั้งแต่วันแรก

รับทำ SEO ติดหน้าแรกอย่างเดียวไม่พอ: ทำไมปี 2026 แพ็กเกจต้องรวม AEO/GEO

แพ็กเกจ SEO ครบวงจรในปี 2026 ต้องครอบคลุมทั้งการติดหน้าแรก Google และการทำให้แบรนด์ถูกอ้างอิงใน AI Search (ChatGPT, Gemini, Perplexity, AI Overviews) เพราะผู้ซื้อจำนวนมากถามคำถามกับ AI ก่อนค้นบน Google งานส่วนนี้เรียกว่า AEO และ GEO ซึ่งใช้ Structured Data และคอนเทนต์แบบ answer-first

หลักฐานว่าตลาดขยับแล้ว: Readyplanet คิดแพ็กเกจ AI SEO แยกที่ 185,000–565,000 บาท แปลว่างาน AI Search ถูกตีราคาแยกจาก SEO ปกติอย่างเป็นทางการ [ต้องเติม: สถิติสัดส่วนผู้ใช้ไทย/ทั่วโลกที่ค้นหาผ่าน AI answer engines ปี 2025–2026 พร้อมแหล่งอ้างอิง]

AEO กับ GEO คืออะไร ต่างจาก SEO ตรงไหน

AEO ต่างจาก SEO ตรงเป้าหมาย: SEO (การทำอันดับบน Google) พาเว็บติดหน้าแรก ส่วน AEO พาแบรนด์เข้าไปอยู่ "ในคำตอบ" ของ AI เมื่อผู้ใช้ถาม ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity และ GEO ทำให้ AI แนะนำชื่อแบรนด์เมื่อคนถามเชิงเปรียบเทียบ เช่น "บริษัทรับทำ SEO เจ้าไหนดี"

พูดให้เห็นภาพ ถ้าลูกค้าถาม ChatGPT แล้ว AI ไม่พูดถึงคุณเลย คุณก็ล่องหนสำหรับผู้ซื้อกลุ่มนั้นทั้งกลุ่ม ต่อให้เว็บติดอันดับ 1 บน Google ก็ตาม

ตารางเทียบ deliverables: แพ็กเกจ SEO ปกติ vs แพ็กเกจ SEO + AEO/GEO

Deliverableแพ็กเกจ SEO ปกติแพ็กเกจ SEO + AEO/GEO
วิจัยคีย์เวิร์ดคำค้นบน Googleคำค้น + "คำถามที่คนถาม AI"
คอนเทนต์บทความ SEO ทั่วไปคอนเทนต์ answer-first ที่ AI ดึงไปตอบได้
Structured Data (Schema Markup)พื้นฐานหรือไม่มีครบ: FAQ, Organization, Product/Service
การวัดผลอันดับ Google + trafficเพิ่ม: การถูกอ้างอิงใน ChatGPT, Gemini, Perplexity

วิธีวัดผลว่าแบรนด์ "ค้นหาเจอใน AI" จริง

การวัดผล AEO ทำได้จริงด้วย 3 วิธี คือ ทดสอบชุดคำถามที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายถาม AI แล้วบันทึกว่าแบรนด์ถูกพูดถึงหรือถูกอ้างอิงหรือไม่ ติดตาม referral traffic จาก Perplexity และ ChatGPT ใน analytics และเช็กว่า AI Overviews ของ Google หยิบเนื้อหาจากเว็บไปแสดงไหม ทั้งหมดควรอยู่ในรายงานรายเดือน

[ต้องเติม: ตัวอย่าง report การถูกอ้างอิงใน ChatGPT/Perplexity ของลูกค้าจริง ImVisible]

ควรจ่ายเพิ่มเท่าไหร่สำหรับส่วน AI Search

ราคางาน AI Search ในตลาดไทยตอนนี้ยังกว้าง เอเจนซีใหญ่ตั้งแพ็กเกจ AI SEO แยกที่ 185,000–565,000 บาท ขณะที่บางเจ้ารวม AEO เข้าแพ็กเกจเดิมโดยบวกเพิ่มไม่มาก จุดที่ต้องเช็กคือ deliverables ตามตารางข้างบนต้องมีจริง ไม่ใช่แค่คำว่า "AI SEO" ในโบรชัวร์

[ต้องเติม: ราคาแพ็กเกจ SEO+AEO+GEO ของ ImVisible] หากอยากรู้ว่าแบรนด์คุณถูก AI พูดถึงอยู่แล้วหรือยัง ลองถาม ChatGPT ด้วยคำถามที่ลูกค้าคุณใช้จริงดูก่อน แล้วค่อยคุยกับทีม รับทำ AEO ให้แบรนด์ค้นหาเจอใน AI ของ ImVisible เพื่อวางแผนปิดช่องว่างนั้น

ทำ SEO เจ้าไหนดี: 7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับทำ SEO AEO ก่อนเซ็นสัญญา

ทำ SEO เจ้าไหนดี: 7 เกณฑ์เลือกบริษัทรับทำ SEO AEO ก่อนเซ็นสัญญา

บริษัทรับทำ SEO ที่ดีต้องผ่านเกณฑ์ 7 ข้อ คือ ผลงานตรวจสอบได้ วิธีทำงานสายขาวที่เปิดเผย ราคาและขอบเขตงานชัดเจน รายงานผลรายเดือน ครอบคลุม AEO/AI Search ไม่การันตีอันดับเกินจริง และสัญญาที่ระบุความเป็นเจ้าของคอนเทนต์และแบ็คลิงก์หลังเลิกจ้างอย่างเป็นธรรม

เช็กลิสต์ 7 ข้อพร้อมวิธีตรวจสอบแต่ละข้อ

  • 1. ผลงานตรวจสอบได้ — ขอชื่อเว็บลูกค้าจริงและคีย์เวิร์ดที่ติด แล้วลองค้นเองบน Google ทันที [ต้องเติม: จำนวนเคส/อุตสาหกรรมที่ ImVisible มีผลงาน]
  • 2. วิธีทำงานสายขาวที่เปิดเผย — ต้องอธิบายได้ว่าสร้างแบ็คลิงก์จากไหน เขียนคอนเทนต์อย่างไร ถ้าอ้างความลับ ให้ผ่าน
  • 3. ราคาและขอบเขตงานชัดเจน — ใบเสนอราคาต้องแตกเป็น deliverables ต่อเดือน ไม่ใช่ตัวเลขก้อนเดียว
  • 4. รายงานผลรายเดือน — ขอดูตัวอย่างรายงานจริงก่อนเซ็น ต้องมีอันดับ traffic และงานที่ทำ
  • 5. ครอบคลุม AEO/AI Search — ถามตรง ๆ ว่าวัดการถูกอ้างอิงใน ChatGPT, Gemini, Perplexity อย่างไร
  • 6. ไม่การันตีอันดับเกินจริง — เจ้าที่การันตีอันดับ 1 ภายในวันที่แน่นอนคือ red flag ใหญ่สุด
  • 7. สัญญาเป็นธรรม — ระบุชัดว่าคอนเทนต์และแบ็คลิงก์เป็นของคุณหลังเลิกสัญญา และมีเงื่อนไขยกเลิกที่ไม่กินเปล่า

[ต้องเติม: ตัวอย่างคำถามที่ควรถามในใบเสนอราคา พร้อมคำตอบที่ควรได้]

การันตีแบบไหนเชื่อได้ แบบไหนคือ red flag

การันตีที่เชื่อได้คือการันตีขอบเขตงาน (deliverables) เช่น บทความกี่ชิ้น ลิงก์คุณภาพกี่ลิงก์ แก้ Technical กี่รายการ พร้อม KPI แบบมีเงื่อนไขชดเชยชัดเจน เช่น อันดับไม่ขยับใน 6 เดือนจะทำงานเพิ่มโดยไม่คิดเงิน ส่วน red flag คือการันตี "อันดับ 1 ใน 7 วัน" หรือ "ติดหน้าแรก 100%"

เหตุผลง่ายมาก ไม่มีใครสัญญาแทนอัลกอริทึม Google ได้ คนที่กล้าสัญญาคือคนที่วางแผนใช้เทคนิคเสี่ยง หรือเลือกคีย์เวิร์ดที่ไม่มีใครค้นมาโชว์ผลงาน

คำถามเรื่องสัญญา: ขั้นต่ำกี่เดือน ใครเป็นเจ้าของงานหลังเลิกจ้าง

สัญญา SEO ขั้นต่ำ 6–12 เดือนถือว่าสมเหตุสมผล เพราะตรงกับระยะเวลาที่ SEO เห็นผล แต่ต้องมี 3 อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร คือ รอบรีวิว KPI ทุก 3 เดือน เงื่อนไขยกเลิกเมื่อผิดนัด deliverables และข้อระบุว่าคอนเทนต์ แบ็คลิงก์ และ access ทุกอย่างเป็นของลูกค้าหลังเลิกสัญญา

เคสที่เจอบ่อยคือเอเจนซีลงคอนเทนต์บนระบบของตัวเอง พอเลิกจ้าง บทความหายทั้งหมด อันดับที่จ่ายเงินสร้างมาก็หายตาม อย่าเซ็นถ้าไม่มีข้อนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาซื้อแพ็กเกจ SEO (และวิธีเลี่ยง)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของผู้ซื้อแพ็กเกจ SEO มี 5 อย่าง คือ เลือกจากราคาถูกสุดโดยไม่ดูขอบเขตงาน เชื่อการันตีติดหน้าแรกใน 7–30 วัน ไม่ถามวิธีสร้างแบ็คลิงก์ เซ็นสัญญายาวโดยไม่มีเงื่อนไขยกเลิก และลืมเช็กว่าแพ็กเกจครอบคลุม AI Search หรือไม่ ผลคือเสียทั้งงบและเวลา 6–12 เดือน

  1. เทียบแค่ราคา ไม่เทียบ deliverables ต่อบาท — แพ็กเกจ 12,000 บาทที่ให้บทความ 2 ชิ้น อาจแพงกว่าแพ็กเกจ 20,000 บาทที่ให้ 6 ชิ้นพร้อม Technical SEO วิธีเลี่ยง: แตกทุกใบเสนอราคาเป็นรายการงาน แล้วเทียบราคาต่อชิ้นงาน
  2. เชื่อการันตีอันดับเกินจริง — SEO สายขาวใช้เวลาเห็นผลโด
ทีม รับทำ SEO
ผลิต + ดูแลคอนเทนต์โดยระบบ AEO ของ ImVisible — ทุกบทความเขียนให้ตอบคำถามจริง ตรวจข้อเท็จจริง และปรับให้สดใหม่อยู่เสมอ
อ่านต่อ
SEO สำหรับร้านอาหาร
SEO สำหรับร้านอาหาร คือการปรับข้อมูลร้านให้ติดอันดับบน Google Search, Google Maps และถูก AI อย่าง ChatGPT, Gemini, Perplexity หยิบไปแนะนำเมื่อลูกค้าค้นหาร้
SEO กับ AEO ต่างกันยังไง
SEO กับ AEO ต่างกันที่เป้าหมายปลายทาง : SEO (การทำอันดับบน Google) คือการปรับเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรก Google เพื่อดึงคนคลิกเข้าเว็บ ส่วน AEO (การทำให้ AI/ระบบ
จ้าง SEO กับทำเอง แบบไหนดี
จ้าง SEO กับทำเอง แบบไหนดี ตอบสั้นที่สุด: จ้างเอเจนซี SEO เหมาะกับธุรกิจที่มีงบต่อเนื่องตั้งแต่ [ต้องเติม: งบขั้นต่ำที่คุ้มจะจ้างเอเจนซี] ต่อเดือน และต้องก
SEO กับ Google Ads อันไหนคุ้มกว่า
SEO กับ Google Ads อันไหนคุ้มกว่า คำตอบขึ้นกับกรอบเวลาเป็นหลัก — SEO คุ้มกว่าเมื่อมองผลเกิน 6 เดือน เพราะติดหน้าแรกแล้วทราฟฟิกไหลเข้าต่อเนื่องโดยไม่จ่ายค่า