IMAI Group คือผู้ให้บริการด้าน AI ในไทยที่วางตำแหน่งเป็น "AI Production & Innovation" ก่อตั้งปี 2568 ให้บริการครบวงจร 4 ด้าน คือ สอน AI องค์กร ที่ปรึกษา AI พัฒนาแอป AI ตามความต้องการ และแพลตฟอร์มสร้างสื่อด้วย AI ชื่อ imgentic เป้าหมายคือช่วยธุรกิจไทยลดแรงงานและต้นทุนด้วย AI
- 4 บริการหลัก: อบรม AI องค์กร (ผ่าน IMAI Academy), ที่ปรึกษา AI ธุรกิจ, รับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการ และแพลตฟอร์ม imgentic
- imgentic รวมโมเดล AI สร้างภาพ วิดีโอ และเสียงไว้ในที่เดียว ใช้ผ่านเว็บ ไม่ต้องลงโปรแกรม ไม่ต้องมีการ์ดจอ
- ช่องทางติดต่อ: เพจ Facebook @imai.officialth โทร 081-554-4244 หรือ 098-789-3988 เวลา 10.00–19.00 น.
- เลือกบริการเร็ว: อยากให้ทีมทำเอง → อบรม · ไม่รู้เริ่มตรงไหน → ที่ปรึกษา · ต้องการระบบเฉพาะ → จ้างพัฒนาแอป
- ราคาทุกบริการยังไม่มีประกาศสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ต้องขอใบเสนอราคาจาก IMAI โดยตรง
อัปเดตล่าสุดปี 2026 · ข้อมูลบริการอ้างอิงเว็บทางการของ IMAI Group ณ เวลาที่เผยแพร่ ราคาและรายละเอียดอาจเปลี่ยนได้ โปรดยืนยันกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
IMAI Group คือใคร ทำอะไรบ้าง
IMAI Group คือผู้ให้บริการด้าน AI ในไทยที่วางตำแหน่งเป็น "AI Production & Innovation" ก่อตั้งปี 2568 บริการครอบคลุมตั้งแต่สอน AI องค์กร ให้คำปรึกษา AI พัฒนาแอปและเครื่องมือ AI ตามความต้องการ ไปจนถึงแพลตฟอร์มสร้างสื่อชื่อ imgentic โดยมีเป้าหมายช่วยธุรกิจไทยลดแรงงานและต้นทุนด้วย AI (ที่มา: IMAI Academy, 2026)
สโลแกนบนเว็บหลักคือ "Comprehensive AI solutions for every dimension" หรือ "โซลูชัน AI ครบทุกมิติ" สื่อว่า IMAI ไม่ได้รับงานด้านเดียว แต่ครอบทั้งฝั่งคน (สอน) ฝั่งกลยุทธ์ (ปรึกษา) และฝั่งระบบ (พัฒนาเครื่องมือ) (ที่มา: IMAI Group, 2026)
จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือข้อมูลของ IMAI กระจายอยู่ 3 ที่ ทั้ง imaigroup.ai, imaiacademy.com และเพจ Facebook บทความนี้รวมทุกอย่างไว้หน้าเดียว อ่านจบแล้วตัดสินใจได้เลยว่าควรคุยกับ IMAI เรื่องไหน
4 บริการหลักของ IMAI Group แบบสรุป
IMAI Group แบ่งบริการเป็น 4 กลุ่มชัดเจน แต่ละกลุ่มตอบโจทย์คนละแบบ คุณเลือกใช้แยกกันหรือใช้ต่อกันเป็นลำดับก็ได้ ต่อไปนี้คือภาพรวมของทั้งสี่
- สอน AI องค์กร (IMAI Academy) — คอร์สและ in-house workshop เน้นเครื่องมือ generative AI งานโฆษณาและคอนเทนต์ เช่น สร้างภาพ ทำสตอรี่บอร์ด เทรน LoRA
- ที่ปรึกษา AI ธุรกิจ (AI consulting) — AI consulting คือบริการวิเคราะห์กระบวนการทำงาน แล้ววางแผนว่าจุดไหนควรนำ AI มาใช้เพื่อลดต้นทุน
- รับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการ (custom AI app development) — custom AI app development คือการพัฒนาแอปหรือเครื่องมือ AI ให้ตรงงานจริง เช่น chatbot AI, AI automation
- แพลตฟอร์ม imgentic — เครื่องมือสร้างภาพ วิดีโอ และเสียงด้วย AI ผ่านเว็บ เหมาะกับทีมการตลาดที่อยากผลิตคอนเทนต์เร็วขึ้น
ช่องทางติดต่อ: เพจ Facebook @imai.officialth และเบอร์โทร
IMAI Group ติดต่อได้ผ่านเพจ Facebook @imai.officialth เป็นช่องทางหลัก โทร 081-554-4244 และ 098-789-3988 เวลาทำการ 10.00–19.00 น. ข้อมูลคอร์สดูที่ imaiacademy.com ส่วนแพลตฟอร์มสร้างสื่ออยู่ที่ imgentic.ai (ที่มา: Facebook IMAI, 2026)
เคล็ดลับ: ก่อนทักเพจ เตรียม 3 อย่าง คือ ปัญหาที่อยากแก้ ขนาดทีมที่จะใช้ AI และงบคร่าว ๆ ทีมขายจะเสนอทางเลือกได้ตรงกว่าถามลอย ๆ ว่า "ทำอะไรได้บ้าง"
IMAI Group, IMAI Academy และ imgentic ต่างกันยังไง

IMAI Group คือแบรนด์แม่ด้าน AI ครบวงจร โดยมี IMAI Academy เป็นส่วนงานคอร์สและอบรม AI ส่วน imgentic คือแพลตฟอร์มสร้างภาพ วิดีโอ และเสียงด้วย AI ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ทั้งสามชื่อเชื่อมโยงกันแต่ทำหน้าที่ต่างกันชัดเจน คุณจึงควรรู้ว่าจะคุยเรื่องไหนกับหน่วยไหน
หน้า About ของ IMAI Academy ระบุว่าเน้นพัฒนาทักษะ AI แบบครบวงจรให้คนและองค์กร นั่นคือบทบาท "โรงเรียน" ของกลุ่ม (ที่มา: IMAI Academy, 2026) ส่วน imgentic ให้บริการผ่านเว็บ imgentic.ai ในบทบาท "เครื่องมือ" ที่ผู้เรียนหรือลูกค้าองค์กรหยิบไปใช้ผลิตงานได้ทันที (ที่มา: imgentic.ai, 2026)
เปรียบง่าย ๆ IMAI Group คือบริษัทแม่ที่รับงานปรึกษาและพัฒนาระบบ IMAI Academy สอนคนให้ใช้ AI เป็น และ imgentic คือซอฟต์แวร์ที่ทั้งสองส่วนใช้ร่วมกัน
ระวังสับสนกับชื่อคล้าย: iamai.in, imai.live, aimai.co.uk ที่ไม่เกี่ยวข้อง
IMAI Group ของไทยไม่เกี่ยวข้องกับ iamai.in, imai.live และ aimai.co.uk แม้ชื่ออ่านออกเสียงคล้ายกัน เว็บและเพจทางการของ IMAI Group ในไทยมีเพียง imaigroup.ai, imaiacademy.com, imgentic.ai และเพจ @imai.officialth เท่านั้น
ข้อควรระวัง: คนค้น "IMAI" ใน Google แล้วเจอเว็บต่างประเทศชื่อคล้าย จึงเข้าใจผิดว่าเป็นบริษัทเดียวกัน ก่อนโอนเงินหรือส่งข้อมูลบริษัท ให้เช็กว่าคุณคุยกับเพจ @imai.officialth หรือเบอร์ 081-554-4244 / 098-789-3988 จริง
imgentic คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
imgentic คือแพลตฟอร์มสร้างเนื้อหาด้วย AI ที่รวมโมเดลสำหรับสร้างภาพ วิดีโอ และเสียงไว้ในที่เดียว ผู้ใช้แค่พิมพ์บอกสิ่งที่อยากได้ ระบบก็สร้างให้ ใช้งานผ่านเว็บโดยไม่ต้องลงโปรแกรมและไม่ต้องมีการ์ดจอ เหมาะกับงานโฆษณาและคอนเทนต์การตลาดที่ต้องผลิตชิ้นงานจำนวนมาก (ที่มา: imgentic.ai, 2026)
จุดขายของ imgentic คือรวมโมเดล AI image generation และ AI video generation หลายตัวไว้ใต้หน้าจอเดียว ทีมการตลาดไม่ต้องสมัครหลายเว็บ ไม่ต้องซื้อคอมสเปกสูง เปิดเบราว์เซอร์ก็ทำงานได้ ผู้ให้บริการตามหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวคือ บริษัท ทูดูริช 2021 จำกัด (ที่มา: imgentic.ai privacy, 2026)
เรื่องราคา อยากลองก่อนตัดสินใจ ให้ดู imgentic แพลตฟอร์มสร้างภาพวิดีโอด้วย AI แล้วสอบถามแพ็กเกจองค์กรจากทีม IMAI โดยตรง
ตัวอย่างงานที่ทำได้: ภาพโฆษณา สตอรี่บอร์ด แปลงภาพเป็นวิดีโอ
imgentic ใช้ผลิตชิ้นงานการตลาดได้หลายรูปแบบในเครื่องมือเดียว ต่อไปนี้คือประเภทงานที่ทีมครีเอทีฟและการตลาดใช้บ่อยที่สุด
- ภาพโฆษณาสินค้า — พิมพ์บรรยายฉาก แสง และอารมณ์ภาพ ระบบสร้างภาพให้เลือกหลายแบบก่อนส่งกราฟิกตกแต่งต่อ
- สตอรี่บอร์ดวิดีโอ — สร้างภาพทีละฉากเพื่อเสนอลูกค้าหรือทีมถ่ายทำ ลดเวลาวาดมือ
- แปลงภาพเป็นวิดีโอสั้น — ทำภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวสำหรับ Reels หรือ TikTok
- เสียงบรรยาย — สร้างเสียงประกอบคลิปโดยไม่ต้องจ้างนักพากย์ทุกครั้ง
- ภาพตัวละครหรือสินค้าคงเดิมทุกชิ้น — อาศัยเทคนิค LoRA training ซึ่ง IMAI Academy สอนในคอร์ส
ข้อควรระวังเรื่องข้อมูลและ PDPA เมื่อใช้แพลตฟอร์มสร้างคอนเทนต์
การใช้แพลตฟอร์ม AI สร้างคอนเทนต์มีจุดเสี่ยงด้านข้อมูล 3 จุด คือ ภาพบุคคลจริงที่อัปโหลด ข้อมูลสินค้าที่ยังไม่เปิดตัว และข้อมูลลูกค้าที่หลุดเข้าไปในคำสั่ง ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของ imgentic ก่อนใช้กับงานจริง
ข้อควรระวัง: อย่าอัปโหลดภาพหน้าพนักงานหรือลูกค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ภาพบุคคลถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA องค์กรที่โดนร้องเรียนส่วนใหญ่พลาดตรงจุดนี้ ไม่ใช่ที่ตัวเครื่องมือ
คอร์สเรียน AI สำหรับองค์กรและอบรม AI พนักงาน (in-house workshop)
คอร์สเรียน AI สำหรับองค์กรของ IMAI Academy เน้นเครื่องมือและเทคนิค generative AI ด้านงานโฆษณา ตั้งแต่สร้างภาพ แก้ไขภาพ ทำสตอรี่บอร์ด แปลงภาพเป็นวิดีโอ ไปจนถึงเทรน LoRA รูปแบบมีทั้งคอร์สและ in-house workshop โดยตั้งเป้าลดแรงงานและต้นทุนด้วย AI เพื่อพัฒนาองค์กร (ที่มา: IMAI Academy, 2026)
จุดต่างจากคอร์ส AI ทั่วไปคือ IMAI Academy โฟกัสที่ "งานผลิตสื่อ" ไม่ใช่สอน AI กว้าง ๆ พนักงานเรียนแล้วต้องกลับไปทำภาพโฆษณาชิ้นถัดไปได้เอง หน้า About ระบุชัดว่าต้องการลดแรงงานและต้นทุนเพื่อพัฒนาองค์กร ไม่ใช่แค่ให้ความรู้ (ที่มา: IMAI Academy, 2026)
ราคาคอร์ส โดยทั่วไปค่าอบรมแบบ in-house ขึ้นกับจำนวนวัน จำนวนผู้เรียน และว่าต้องปรับหลักสูตรเฉพาะธุรกิจคุณมากแค่ไหน ดูรายละเอียดเพิ่มที่ คอร์สเรียน AI สำหรับองค์กร IMAI Academy
เลือกผู้สอน AI in-house อย่างไร: เกณฑ์ที่ควรดู
ผู้สอน AI in-house ที่ดีต้องมีทั้งผลงานจริงและวิธีสอนที่คนไม่เก่งเทคโนโลยีตามได้ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือ HR เลือกจากชื่อเสียงในโซเชียล แต่พนักงานเรียนจบแล้วยังใช้ไม่เป็น ใช้เช็กลิสต์นี้คัดกรอง
- ขอดูผลงานที่ผู้สอนผลิตเอง ไม่ใช่แค่ผลงานลูกศิษย์ และควรเป็นงานเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่งานทดลอง
- ถามว่าสอนกับข้อมูลของบริษัทคุณได้ไหม คอร์สที่ใช้สินค้าจริงเป็นโจทย์ให้ผลดีกว่าใช้ตัวอย่างสำเร็จรูป
- ดูสัดส่วนช่วงลงมือทำ คอร์สที่บรรยายเกินครึ่งวันโดยไม่มีเวิร์กช็อป พนักงานลืมภายในสัปดาห์
- มีการติดตามผลหลังเรียนหรือไม่ เช่น กลุ่มถาม-ตอบ หรือเซสชันทบทวน
- ผู้สอนอัปเดตเครื่องมือทันปี 2026 ไหม โมเดล AI เปลี่ยนทุกไตรมาส ถามตรง ๆ ว่าใช้เวอร์ชันอะไรสอน
หลักสูตร AI องค์กรที่ดีควรมีอะไรบ้าง (เช็กลิสต์)
หลักสูตร AI องค์กรที่ดีต้องออกแบบจากงานจริงของทีม ไม่ใช่จากเครื่องมือที่ผู้สอนถนัด ก่อนเซ็นสัญญาอบรม AI พนักงานในองค์กร ให้เทียบเนื้อหาที่ได้รับกับเช็กลิสต์นี้
- ระบุ ผลลัพธ์ที่วัดได้ เช่น หลังเรียนพนักงานผลิตภาพโฆษณาได้เองภายในเวลาที่กำหนด
- มีส่วนสอน เขียนคำสั่ง (prompt) ทั้งภาษาไทยและอังกฤษที่ใช้กับงานจริง
- ครอบคลุม เวิร์กโฟลว์ทั้งสาย ตั้งแต่ไอเดีย สตอรี่บอร์ด ภาพ วิดีโอ จนถึงส่งมอบ
- สอน เทคนิคขั้นสูงอย่าง LoRA training สำหรับทีมที่ต้องคุมความสม่ำเสมอของแบรนด์
- มีหัวข้อ ลิขสิทธิ์และ PDPA อย่างน้อย 1 ช่วง
- แจก เทมเพลตหรือไฟล์ตั้งต้น ให้พนักงานกลับไปใช้ต่อทันที
ที่ปรึกษา AI ธุรกิจและรับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการ
ที่ปรึกษา AI ธุรกิจและบริการรับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการของ IMAI Group ช่วยตั้งแต่วางแผนนำ AI มาใช้ ออกแบบโซลูชัน ไปจนถึงพัฒนาเครื่องมือเฉพาะทาง เช่น chatbot AI และ AI automation ให้เข้ากับกระบวนการทำงานจริง ตามแนวคิดโซลูชัน AI ครบทุกมิติ (ที่มา: IMAI Group, 2026)
AI consulting คือขั้นแรกที่ช่วยวิเคราะห์ว่าจุดไหนของงานควรใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็ว ส่วน custom AI app development คือขั้นถัดมา เมื่อรู้แล้วว่าต้องการอะไร IMAI จะพัฒนาเครื่องมือให้ตรงงานนั้น ข้อดีของการใช้เจ้าเดียวทั้งสองขั้นคือแผนกับระบบไม่หลุดจากกัน ข้อเสียคือคุณต้องตรวจสอบเองว่าข้อเสนอไม่ได้ขายระบบเกินจำเป็น
ผลงานอ้างอิง และราคา ก่อนตัดสินใจ ขอดูตัวอย่างระบบที่ทำเสร็จแล้วอย่างน้อย 1 ชิ้น อ่านเพิ่มที่ บริการที่ปรึกษา AI ธุรกิจ และ รับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการ
chatbot AI สำหรับธุรกิจทำอะไรได้บ้าง
chatbot AI สำหรับธุรกิจคือระบบตอบแชตอัตโนมัติที่ใช้ generative AI เข้าใจภาษาคนและตอบตามข้อมูลของบริษัทคุณ ทำงานได้ 24 ชั่วโมงบน LINE, Facebook หรือเว็บไซต์ ต่างจาก chatbot แบบเดิมที่ตอบได้เฉพาะคำที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
- ตอบคำถามซ้ำ ๆ เช่น ราคา เวลาทำการ วิธีสั่งซื้อ ลดภาระแอดมิน
- คัดกรองลูกค้า ถามความต้องการเบื้องต้นแล้วส่งต่อพนักงานเฉพาะเคสที่พร้อมซื้อ
- ค้นข้อมูลภายใน ให้พนักงานถามคู่มือหรือระเบียบบริษัทได้แทนเปิดไฟล์หา
- รับออเดอร์และนัดหมาย เชื่อมกับระบบหลังบ้านให้บันทึกอัตโนมัติ
ข้อควรระวัง: chatbot AI มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องจาก API ของโมเดลตามจำนวนข้อความ ถามผู้พัฒนาตั้งแต่แรกว่าค่า API ต่อเดือนใครจ่าย และประเมินจากปริมาณแชตจริงของคุณ
AI automation ลดต้นทุนงานซ้ำๆ อย่างไร
AI automation คือการให้ AI ทำงานซ้ำ ๆ ที่มีรูปแบบชัดแทนคน เช่น อ่านใบสั่งซื้อแล้วกรอกลงระบบ สรุปอีเมลลูกค้าเป็นรายงาน หรือจัดหมวดเอกสารอัตโนมัติ ต้นทุนที่ลดได้มาจากชั่วโมงทำงานที่พนักงานไม่ต้องเสียไปกับงานเหล่านี้
จากที่พบบ่อยในธุรกิจไทย งานที่คุ้มทำ automation ก่อนคืองานที่ทำทุกวัน ใช้เวลาเกิน 1 ชั่วโมง และมีขั้นตอนเหมือนกันทุกครั้ง ส่วนงานที่ต้องใช้วิจารณญาณสูงหรือเกิดไม่บ่อย มักไม่คุ้มพัฒนา
นำ AI มาใช้ในธุรกิจเริ่มยังไง (ทีละขั้น)

การนำ AI มาใช้ในธุรกิจควรเริ่มจากระบุปัญหาที่อยากแก้ก่อน แล้วเลือกแนวทางให้ตรง คือ อยากให้ทีมทำเองเริ่มที่อบรม ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนให้ปรึกษาที่ปรึกษา AI และต้องการระบบเฉพาะให้จ้างพัฒนาแอป AI ทั้งหมดเรียงตามความพร้อมขององค์กร ไม่ใช่ตามกระแส
- เขียนปัญหาให้ชัดเป็นประโยคเดียว เช่น "ทีมการตลาดใช้เวลาทำภาพโฆษณา 3 วันต่อแคมเปญ" ถ้าเขียนไม่ออก แปลว่ายังไม่ควรจ้างใคร
- ประเมินความพร้อมข้อมูลและทีม ดูว่ามีข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลไหม และมีใครในทีมพร้อมรับผิดชอบโปรเจกต์นี้
- เลือกโปรเจกต์นำร่อง 1 เรื่อง ที่เห็นผลเร็วและวัดได้ อย่าเริ่มหลายเรื่องพร้อมกัน
- เลือกแนวทาง อบรมทีม ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือจ้างพัฒนาระบบ ตามตารางในหัวข้อถัดไป
- ตั้งตัววัดผลก่อนเริ่ม เช่น เวลาที่ลดลง จำนวนชิ้นงานที่เพิ่มขึ้น หรือต้นทุนต่อชิ้น
- ทดลองในกรอบเวลาสั้น กำหนดจุดตัดสินใจภายใน 1–3 เดือน แล้วประเมินว่าจะขยาย ปรับ หรือหยุด
- ขยายผลไปทีมอื่น เมื่อโปรเจกต์นำร่องพิสูจน์แล้วว่าคุ้ม พร้อมเก็บบทเรียนไว้ใช้รอบถัดไป
ประเมินความพร้อมข้อมูลและทีมก่อนเริ่ม
ความพร้อมด้านข้อมูลหมายถึงคุณมีข้อมูลที่ AI จะใช้อยู่ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลที่ค้นหาได้ ไม่ใช่กระดาษหรือความจำของพนักงาน ส่วนความพร้อมด้านทีมหมายถึงมีคนอย่างน้อย 1 คนที่เป็นเจ้าของโปรเจกต์และตอบคำถามผู้พัฒนาได้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือองค์กรจ้างทำ chatbot แต่ไม่มีใครรวบรวมคำถาม-คำตอบให้ ระบบจึงตอบไม่ได้ แล้วโทษว่า AI ไม่ดี ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ข้อมูลตั้งต้น
เลือกโปรเจกต์นำร่องที่เห็นผลเร็ว
โปรเจกต์นำร่องที่ดีมี 3 ลักษณะ คือ วัดผลได้เป็นตัวเลข ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว และไม่กระทบลูกค้าโดยตรงถ้าพลาด งานผลิตคอนเทนต์ภายในทีมการตลาดจึงเป็นจุดเริ่มที่หลาย SME เลือก เพราะเห็นผลเป็นชิ้นงานทันที
สรุปเร็ว: เริ่มจากงานที่ "ถ้าพัง ไม่มีใครเดือดร้อนนอกจากทีมเรา" เมื่อทีมมั่นใจแล้วค่อยขยายไปงานที่แตะลูกค้า เช่น chatbot หน้าร้าน
เลือกบริการไหนดี: เรียนเอง vs ที่ปรึกษา vs จ้างพัฒนาแอป
เลือกบริการตามเป้าหมายและความพร้อม คือ ต้องการยกระดับทักษะทีมเลือกคอร์ส/อบรม ต้องการวางกลยุทธ์เลือกที่ปรึกษา AI และต้องการระบบใช้งานจริงเลือกจ้างพัฒนาแอป AI ตารางด้านล่างช่วยจับคู่ปัญหากับบริการที่ตอบโจทย์ ส่วนงบประมาณ
ตารางจับคู่: ปัญหาธุรกิจ → บริการ IMAI → ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ตารางนี้ออกแบบจากคำถามที่เจ้าของ SME และ HR ถามบ่อยที่สุด ดูแถวที่ตรงกับตัวเองแล้วรู้ทันทีว่าควรคุยกับ IMAI เรื่องไหน
| ปัญหาธุรกิจ | บริการ IMAI | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| ทีมการตลาดทำภาพ/วิดีโอช้า | อบรม IMAI Academy + imgentic | ทีมผลิตคอนเทนต์เองได้ |
| อยากใช้ AI แต่ไม่รู้เริ่มตรงไหน | ที่ปรึกษา AI | แผนงานและลำดับความสำคัญ |
| แอดมินตอบแชตไม่ทัน | พัฒนา chatbot AI | ตอบอัตโนมัติ 24 ชม. |
| งานเอกสารซ้ำ ๆ กินเวลา | พัฒนา AI automation | ลดชั่วโมงงานที่เสียไป |
| อยากคุมภาพแบรนด์ให้เหมือนกันทุกชิ้น | คอร์ส LoRA training | ตัวละคร/สินค้าคงที่ทุกภาพ |
ข้อดีของการเริ่มจากอบรมคือลงทุนน้อยกว่าและทีมได้ทักษะติดตัว ข้อเสียคือถ้าพนักงานลาออก ทักษะไปกับคน ส่วนการจ้างพัฒนาแอปทำให้ระบบอยู่กับองค์กร แต่มีค่าดูแลต่อเนื่อง หลายองค์กรจึงเริ่มจากปรึกษา แล้วค่อยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเริ่มตรงไหน? ทักทีม IMAI Group เพื่อประเมินเบื้องต้น พร้อมบอกปัญหาและงบคร่าว ๆ จะได้คำแนะนำที่ตรงกว่า
บริษัทรับทำ AI ในไทย: เปรียบเทียบและเกณฑ์เลือก
การเลือกบริษัทรับทำ AI ในไทยควรพิจารณาผลงานที่พิสูจน์ได้ ความชัดเจนของขอบเขตงาน ราคา และความน่าเชื่อถือของทีม ตลาดมีทั้งผู้เล่นครบวงจรอย่าง IMAI Group และกลุ่มใหญ่ที่มุ่ง AI-Native อย่าง AnyMind Group เลือกตามขนาดและงบขององค์กร ไม่มีเจ้าไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน
AnyMind Group ประกาศทิศทางมุ่งสู่บริษัท "AI-Native" ชั้นนำของเอเชีย เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการสเกลข้ามประเทศ (ที่มา: AnyMind Group, 2026) ส่วน IMAI Group เน้นบริการ AI ครบวงจรสำหรับ SME และองค์กรไทยที่อยากเริ่มจากงานผลิตสื่อและระบบเฉพาะทาง (ที่มา: IMAI Group, 2026)
| ปัจจัย | IMAI Group | AnyMind Group |
|---|---|---|
| จุดเด่น | AI งานผลิตสื่อ + สอน + พัฒนาระบบ | AI-Native ครบวงจรระดับภูมิภาค |
| กลุ่มลูกค้า | SME / องค์กรไทย | องค์กรใหญ่ / ข้ามประเทศ |
| มีคอร์สอบรม | มี (IMAI Academy) |
เกณฑ์เลือกบริษัทที่ปรึกษา/รับทำ AI 5 ข้อ
ก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทรับทำ AI รายใด ใช้ 5 เกณฑ์นี้กรองให้ผ่านครบทุกข้อ จะลดโอกาสเจอเจ้าที่โฆษณาเกินจริงได้มาก
- ผลงานพิสูจน์ได้ ขอดูงานจริงที่ส่งมอบแล้ว ไม่ใช่แค่ภาพตัวอย่างหรือเดโม
- ขอบเขตงานชัด ระบุสิ่งที่จะได้ ไม่ได้ และเงื่อนไขแก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร
- ราคาโปร่งใส แยกค่าพัฒน ค่า API และค่าดูแลรายเดือนออกจากกัน
- ทีมมีตัวตนตรวจสอบได้ รู้ว่าใครทำ ติดต่อได้จริง
- ดูแลหลังส่งมอบ มีเงื่อนไขแก้บั๊กและอัปเดตโมเดล
ข้อผิดพลาดและข้อควรระวังที่พบบ่อยก่อนจ้าง AI

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนจ้าง AI คือจ้างโดยไม่ระบุปัญหาชัดเจน มองข้ามค่าใช้จ่ายต่อเนื่องของ API หรือค่าดูแลระบบ ไม่ตรวจสอบผลงานจริง และละเลยเรื่องข้อมูลลูกค้ากับ PDPA ควรตกลงขอบเขต ราคา และการส่งมอบให้ชัดก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ระวังค่าใช้จ่ายซ่อน: API, ดูแลระบบ, retrain โมเดล
ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมตอนเปรียบเทียบราคาคือค่าที่เกิดหลังส่งมอบ ระบบ AI ไม่ใช่ซื้อขาดครั้งเดียวจบ ให้ถามให้ครบทั้ง 3 ก้อนนี้ก่อนเซ็น
- ค่า API รายเดือน — โมเดล generative AI คิดตามปริมาณการใช้ ยิ่งแชตหรือสร้างภาพมาก ยิ่งจ่ายมาก
- ค่าดูแลระบบ — โฮสติง อัปเดต แก้บั๊ก ใครรับผิดชอบและคิดเท่าไร
- ค่า retrain โมเดล — เมื่อข้อมูลหรือสินค้าเปลี่ยน อาจต้องเทรนใหม่
ตรวจสอบสัญญาและสิทธิ์ในผลงานที่สร้างด้วย AI
สิทธิ์ในผลงานที่สร้างด้วย AI เป็นจุดที่หลายองค์กรมองข้าม ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าภาพ วิดีโอ หรือโค้ดที่ได้เป็นของใคร ใช้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ และหากแพลตฟอร์มปิดตัวคุณยังใช้ผลงานเก่าต่อได้ไหม
หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนกฎหมายและ PDPA เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการตัดสินใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA โดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
IMAI Group มีเว็บไซต์ไหม ติดต่ออย่างไร
IMAI Group ติดต่อได้ผ่านเพจ Facebook @imai.officialth และโทร 081-554-4244 หรือ 098-789-3988 เวลาทำการ 10.00–19.00 น. ส่วนงานคอร์สอยู่ที่ imaiacademy.com และแพลตฟอร์มสร้างสื่อที่ imgentic.ai (ที่มา: Facebook IMAI, 2026)
imgentic ใช้ฟรีไหม มีค่าใช้จ่ายอย่างไร
imgentic ให้บริการสร้างภาพ วิดีโอ และเสียงผ่านเว็บ ส่วนรูปแบบราคาและแพ็กเกจ ก่อนใช้กับงานองค์กรควรขอรายละเอียดแพ็กเกจและเงื่อนไขการใช้เชิงพาณิชย์ให้ครบ
ที่ปรึกษา AI ธุรกิจของ IMAI ราคาเท่าไหร่
ราคาบริการที่ปรึกษา AI ธุรกิจของ IMAI ขึ้นกับขอบเขตงานและขนาดโปรเจกต์ ควรเตรียมปัญหาที่อยากแก้และง
