รับสอน AI ให้บริษัทแบบ in-house workshop คือบริการอบรม AI ที่ผู้สอนจัดเฉพาะให้พนักงานในองค์กรเดียว ปรับเนื้อหาและแบบฝึกหัดตามงานจริงของบริษัท ส่วนใหญ่ใช้เวลา 1–2 วัน ราคาอ้างอิงราว 7,000 บาทต่อ man-day การเลือกผู้สอนที่ดีให้ดู 6 อย่าง คือ พอร์ตเคสจริง การปรับหลักสูตร เครื่องมือที่สอน วิธีวัดผลด้วย Capstone project บริการหลังอบรม และความโปร่งใสของราคา
- หลักสูตร in-house AI แบบปรับแต่งในไทยส่วนใหญ่ใช้เวลา 1–2 วัน ครอบคลุม ChatGPT, Claude, Microsoft Copilot และ Gemini (ที่มา: Pertama Partners, 2026)
- ราคาอบรม AI in-house มีอ้างอิงที่ราว 7,000 บาทต่อ man-day และแพ็กเกจทั่วไป 21,000–49,000 บาท ขึ้นกับจำนวนวันและการปรับหลักสูตร (ที่มา: iReadCustomer, 2026)
- ผู้สอนที่ดีผูกการเรียนกับ Capstone project ที่แก้ปัญหาจริงในองค์กร ตามแนวทางที่ AIT และองค์กรวิชาชีพ 6 แห่งใช้ (ที่มา: AIT, 2026)
- รัฐบาลไทยและ Microsoft เปิด THAI Academy ตั้งเป้าอัปสกิล AI คนไทยกว่า 1 ล้านคน มีคอร์ส AI ภาษาไทยกว่า 280 คอร์ส (ที่มา: Microsoft News, 2025)
- IMAI Group รวมทั้งที่ปรึกษา AI และทีมพัฒนาแอป/เครื่องมือ AI ต่อยอดหลังอบรมได้ในทีมเดียว ต่างจากสถาบันที่สอนอย่างเดียว
อัปเดตล่าสุดปี 2026
รับสอน AI ให้บริษัทแบบ in-house workshop คืออะไร ต่างจากคอร์ส Public อย่างไร
in-house workshop คือการอบรม AI ที่ผู้สอนจัดเฉพาะให้พนักงานในองค์กรเดียว โดยปรับเนื้อหา ตัวอย่าง และแบบฝึกหัดให้ตรงกับงานและข้อมูลจริงของบริษัท ต่างจากคอร์ส Public ที่เนื้อหากลางและเรียนรวมกับคนนอก in-house workshop จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ทั้งทีมนำ AI ไปใช้ในงานจริงได้ทันทีหลังจบวันอบรม
นิยาม in-house workshop และ Public course
Public course คือคอร์สที่ผู้สอนเปิดรอบให้ใครก็สมัครได้ เนื้อหาต้องกลางพอให้คนจากหลายอุตสาหกรรมเรียนร่วมกัน ข้อดีคือถูกและเริ่มเร็ว ข้อเสียคือตัวอย่างในห้องไม่ใช่งานของคุณ พนักงานกลับไปแล้วต้องเดาเองว่าจะใช้ตรงไหน
in-house workshop กลับด้าน ผู้สอนเข้ามาคุยกับทีมก่อน ดูว่างานประจำวันคืออะไร เช่น ฝ่ายขายตอบอีเมลลูกค้าวันละ 50 ฉบับ ฝ่ายบัญชีสรุปรายงานทุกสิ้นเดือน แล้วออกแบบแบบฝึกหัดจากงานเหล่านั้นจริง ข้อเสียคือราคาสูงกว่า และต้องนัดพนักงานให้ว่างพร้อมกัน
องค์กรแบบไหนควรเลือก in-house
องค์กรที่เหมาะกับ in-house workshop มักเข้าเกณฑ์อย่างน้อยหนึ่งข้อ ดังนี้
- ต้องการอบรม AI พนักงานพร้อมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จนค่าคอร์ส Public รวมกันแพงกว่าจ้างผู้สอนมาทั้งวัน
- งานของทีมใช้ข้อมูลภายในที่เอาไปเรียนรวมกับคนนอกไม่ได้ เช่น ข้อมูลลูกค้าหรือสัญญา
- ผู้บริหารต้องการเห็นผลลัพธ์ที่วัดได้ ไม่ใช่แค่ใบประกาศ
- องค์กรมีแผนตั้ง AI Policy หรือสร้างเครื่องมือ AI ใช้เอง จึงอยากได้ผู้สอนที่ต่อยอดเป็นที่ปรึกษา AI ธุรกิจได้
ระยะเวลาหลักสูตรที่พบบ่อย
โปรแกรม in-house แบบปรับแต่งในไทยใช้เวลา 1–2 วัน (ที่มา: Pertama Partners, 2026) รูปแบบ 1 วันเหมาะกับการปูพื้นและฝึกใช้เครื่องมือหลัก ส่วน 2 วันจะเหลือเวลาให้ทำ Capstone project และนำเสนอผลงานให้หัวหน้าทีมดูจริงในบ่ายวันที่สอง
สรุปเร็ว: อยากให้พนักงานแค่ "รู้จัก" AI เลือก Public อยากให้ "ใช้ได้จริงในงานของเรา" เลือก in-house
เลือกผู้สอน AI ให้บริษัทอย่างไร (เช็กลิสต์เกณฑ์ตัดสินใจ)

การเลือกผู้สอน AI ให้บริษัทควรดู 6 เกณฑ์หลัก ได้แก่ พอร์ตเคสจริง ความสามารถปรับหลักสูตรเข้ากับงาน เครื่องมือที่สอน วิธีวัดผลด้วย Capstone project บริการหลังอบรม และความโปร่งใสของราคา ผู้สอนที่ดีต้องเข้าใจงานจริงของคุณ ไม่ใช่แค่เดโมเครื่องมือให้ดูสนุกแล้วจบ
- พอร์ตเคสจริง: ต้องยกตัวอย่างองค์กรที่เคยสอน พร้อมบอกว่าพนักงานเอา AI ไปใช้กับงานอะไรหลังอบรม
- ปรับหลักสูตรได้: ควรขอคุยกับหัวหน้าทีมหรือขอตัวอย่างงานก่อนสอน ถ้าส่ง outline เดียวให้ทุกบริษัทถือว่าไม่ผ่าน
- เครื่องมือครบ: หลักสูตรควรครอบคลุม ChatGPT, Claude, Microsoft Copilot และ Gemini เพราะแต่ละองค์กรมีสัญญาซอฟต์แวร์ต่างกัน
- วัดผลด้วย Capstone project: AIT ใช้รูปแบบ HyFlex ผสมเรียนออนไลน์ และปิดหลักสูตรด้วย Capstone project ผูกปัญหาจริงในองค์กร (ที่มา: AIT, 2026)
- บริการหลังอบรม: ต้องมีช่องทางถามต่อ หรือดีกว่านั้นคือมีทีมที่ปรึกษาและทีมพัฒนาเครื่องมือรองรับ
- ราคาโปร่งใส: ใบเสนอราคาต้องแยกชัดว่าคิดกี่ man-day รวมเอกสาร รวมการปรับหลักสูตร และรวมติดตามผลหรือไม่
ดูพอร์ตและตัวอย่างเคสจริง
พอร์ตของผู้สอน AI ที่น่าเชื่อถือควรตอบได้ 3 คำถาม คือสอนใคร แก้ปัญหาอะไร และผลเป็นอย่างไร ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือ HR ดูแค่โลโก้ลูกค้าเรียงเป็นแถวแล้วเชื่อทันที ลองให้ผู้สอนเล่าเคสหนึ่งแบบละเอียด 5 นาที ถ้าเล่าได้แต่ฟีเจอร์เครื่องมือ ไม่เล่าปัญหาธุรกิจ นั่นคือสัญญาณเตือน
ผู้สอนปรับหลักสูตรตามงานได้ไหม
วิธีทดสอบง่าย ๆ คือส่งตัวอย่างงานจริง 2–3 ชิ้นให้ผู้สอนก่อนเซ็นสัญญา เช่น อีเมลลูกค้า รายงานประจำเดือน หรือสคริปต์ขาย แล้วดูว่าผู้สอนเสนอแบบฝึกหัดจากงานเหล่านั้นกลับมาได้ไหม ผู้สอนที่ทำได้จะถามคำถามเจาะจงกลับมาเยอะ ส่วนคนที่ทำไม่ได้จะตอบว่า "เนื้อหาเราครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมอยู่แล้ว"
มีบริการต่อยอดหลังอบรมหรือไม่
บริการหลังอบรมคือจุดที่แยกผู้สอนทั่วไปออกจากพาร์ตเนอร์ระยะยาว จากเคสที่พบบ่อย พนักงานจะเจอคำถามจริงในสัปดาห์ที่ 2–4 หลังอบรม ไม่ใช่ในวันสอน ถ้าตอนนั้นไม่มีใครตอบ ความตื่นเต้นจะหายไปพร้อมกับทักษะ ผู้สอนที่มีบริการที่ปรึกษา AI สำหรับธุรกิจต่อเนื่องจึงคุ้มกว่าในระยะยาว แม้ราคาต่อวันสูงกว่าเล็กน้อย
เคล็ดลับ: ก่อนตัดสินใจ ลองขอดูหลักสูตรอบรม AI in-house ของ IMAIเทียบกับผู้สอนรายอื่น แล้วใช้เช็กลิสต์ 6 ข้อด้านบนให้คะแนนทีละข้อ ตัวเลขจะตัดสินให้เองว่าใครเหมาะกับองค์กรคุณ
หลักสูตรอบรม AI ในองค์กรควรมีอะไรบ้าง
หลักสูตรอบรม AI ในองค์กรที่ดีควรมี 6 ส่วน ได้แก่ พื้นฐาน Generative AI, การใช้เครื่องมือหลักอย่าง ChatGPT, Claude, Microsoft Copilot และ Gemini, การเขียน prompt จากงานจริง, การตั้ง AI Policy และความปลอดภัยข้อมูล, Capstone project ที่ผูกกับปัญหาจริง และการวางแผนต่อยอด เพื่อวัดผลว่าพนักงานนำไปใช้ต่อได้จริง
- ปูพื้น Generative AI: อธิบายว่าโมเดลภาษาทำงานอย่างไร ทำไมบางครั้งตอบผิด และงานแบบไหนควรใช้หรือไม่ควรใช้ AI
- ลงมือกับเครื่องมือหลัก: ให้พนักงานเปิด ChatGPT, Claude, Microsoft Copilot และ Gemini เทียบกันด้วยงานเดียวกัน แล้วเลือกตัวที่เหมาะกับองค์กร
- เขียน prompt จากงานจริง: ใช้อีเมล รายงาน หรือเอกสารของบริษัทเป็นโจทย์ ไม่ใช่ตัวอย่างสำเร็จรูปจากสไลด์
- ตั้ง AI Policy และ data safety: กำหนดว่าข้อมูลประเภทไหนห้ามใส่ใน AI และใครเป็นผู้อนุมัติเครื่องมือใหม่
- ทำ Capstone project: แบ่งกลุ่ม 3–5 คน เลือกปัญหาจริงในแผนก แล้วสร้างผลงานที่ใช้ได้ทันที เช่น template, workflow หรือ prompt library
- นำเสนอและวางแผนต่อยอด: ให้หัวหน้าทีมฟังผลงาน แล้วตัดสินว่าโปรเจกต์ไหนควรพัฒนาเป็นเครื่องมือจริงต่อ
โมดูลพื้นฐาน Generative AI และเครื่องมือ
Generative AI คือ AI ที่สร้างข้อความ ภาพ หรือวิดีโอใหม่จากคำสั่งของผู้ใช้ หลักสูตร in-house ในไทยครอบคลุม ChatGPT, Claude, Microsoft Copilot และ Gemini (ที่มา: Pertama Partners, 2026) เหตุผลที่ต้องสอนหลายตัว เพราะองค์กรที่ใช้ Microsoft 365 อยู่แล้วมักได้ Copilot มาในสัญญา ขณะที่ทีมคอนเทนต์อาจถนัด Claude หรือ ChatGPT มากกว่า
การตั้ง AI Policy และ data safety
AI Policy คือชุดข้อกำหนดภายในองค์กรที่ระบุขอบเขต ความปลอดภัยข้อมูล และมาตรฐานการใช้ AI ของพนักงาน เช็กลิสต์ที่ควรเตรียมก่อนวันอบรมมีดังนี้
- จัดประเภทข้อมูลแล้วหรือยัง ว่าอะไรคือข้อมูลสาธารณะ ข้อมูลภายใน และข้อมูลลับที่ห้ามใส่ใน AI ทุกกรณี
- องค์กรจะใช้บัญชี AI แบบ Team หรือ Enterprise ที่ไม่นำข้อมูลไปเทรนโมเดล หรือปล่อยให้พนักงานใช้บัญชีส่วนตัว
- ใครเป็นผู้ตรวจงานที่ AI ช่วยร่างก่อนส่งลูกค้า และต้องแจ้งลูกค้าไหมว่าใช้ AI
- มีช่องทางให้พนักงานเสนอเครื่องมือใหม่ และใครอนุมัติ
ข้อควรระวัง: ถ้าองค์กรอยู่ภายใต้ PDPA และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ควรให้ฝ่ายกฎหมายหรือ DPO ทบทวน AI Policy ก่อนวันอบรม ไม่ใช่หลังจากพนักงานเริ่มใช้ไปแล้ว
Capstone project วัดผลจริง
Capstone project คือโปรเจกต์สรุปท้ายหลักสูตรที่ให้ผู้เรียนนำ AI ไปแก้ปัญหาจริงขององค์กรเพื่อพิสูจน์ว่าใช้งานได้จริง ตัวชี้วัดที่ใช้ได้ทันทีคือเวลาที่ประหยัดต่อสัปดาห์ จำนวนงานที่ทำได้เพิ่ม หรือข้อผิดพลาดที่ลดลง เมื่อมีตัวเลขเหล่านี้ การคำนวณ ROI ของค่าอบรมก็ทำได้ในสไลด์เดียว
ราคาอบรม AI in-house ในไทยเท่าไหร่ และควรรวมอะไรในแพ็กเกจ
ราคาอบรม AI in-house ในไทยอยู่ที่ราว 7,000 บาทต่อ man-day และแพ็กเกจทั่วไปประมาณ 21,000–49,000 บาท (ที่มา: iReadCustomer, 2026) ราคาจริงขึ้นกับจำนวนวัน จำนวนผู้เรียน และระดับการปรับหลักสูตร ก่อนตัดสินใจควรเช็กว่าแพ็กเกจรวมการปรับเนื้อหา เอกสาร และการติดตามผลหลังอบรมหรือไม่
ราคาแบบ man-day vs แพ็กเกจ
man-day คือหน่วยคิดค่าอบรมที่นับผู้สอน 1 คนต่อการสอน 1 วัน ใช้ประเมินและเทียบราคาแพ็กเกจ ตารางด้านล่างช่วยให้คุณเทียบข้อเสนอจากผู้สอนหลายรายบนฐานเดียวกัน
| รูปแบบคิดราคา | ราคาอ้างอิง | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| คิดตาม man-day | ราว 7,000 บาท/man-day | องค์กรที่กำหนดจำนวนวันเอง |
| แพ็กเกจทั่วไป | 21,000–49,000 บาท | ทีม 1 แผนก อบรม 1–2 วัน |
| แพ็กเกจปรับแต่ง + ต่อยอด | ขึ้นกับขอบเขต ขอใบเสนอราคา | องค์กรที่ต้องการ Capstone และที่ปรึกษาต่อ |
หมายเหตุ: แพ็กเกจ man-day มักคิดค่าสอนอย่างเดียว ต้องถามเรื่องเอกสารและการปรับเนื้อหาเพิ่ม ส่วนแพ็กเกจปรับแต่งมักรวมการสัมภาษณ์ก่อนสอน Capstone project และติดตามผลราว 30 วัน
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกัน
- จำนวนวันและผู้สอน: ห้องเรียนเกิน 25 คนมักต้องมีผู้ช่วยสอนเพิ่ม จำนวน man-day จึงเพิ่มตาม
- ระดับการปรับหลักสูตร: ผู้สอนที่เข้าไปสัมภาษณ์ทีมและออกแบบโจทย์เฉพาะต้องใช้เวลาเตรียม 1–3 วัน ราคาจึงสูงกว่า outline สำเร็จรูป
- เครื่องมือและบัญชี: ถ้าองค์กรยังไม่มีบัญชี Team/Enterprise ค่าเครื่องมือระหว่างอบรมอาจแยกต่างหาก
- การติดตามผล: การนัดทบทวนหรือคลินิกถามตอบหลังอบรมเพิ่มค่าใช้จ่าย แต่เป็นส่วนที่ทำให้เงินก้อนแรกไม่สูญ
สิ่งที่ควรรวมในใบเสนอราคา
ใบเสนอราคาที่ดีควรระบุครบ 6 รายการ คือ จำนวน man-day, การสัมภาษณ์หรือสำรวจงานก่อนสอน, เอกสารและ prompt library ที่ผู้เรียนได้กลับไป, Capstone project และวิธีวัดผล, ช่องทางถามตอบหลังอบรมพร้อมระยะเวลา และเงื่อนไขค่าเดินทางหากสอนนอกกรุงเทพฯ ถ้าข้อไหนไม่มี ให้ถามก่อนเซ็น
เคล็ดลับ: ถ้ามีแผนสร้างเครื่องมือ AI ใช้เองอยู่แล้ว ลองขอใบเสนอราคาที่รวมรับพัฒนาแอปและเครื่องมือ AI ตามความต้องการไว้ตั้งแต่แรก มักถูกกว่าซื้อแยกสองรอบ
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นค่าอ้างอิงตลาดปี 2026 ราคาจริงแตกต่างตามผู้ให้บริการและขอบเขตงาน โปรดขอใบเสนอราคาเพื่อยืนยัน
จ้างอบรม in-house หรือใช้คอร์สฟรีจากรัฐ (THAI Academy) ดีกว่ากัน

คอร์สฟรีจากรัฐเหมาะกับการปูพื้นฐาน AI ให้พนักงานรายบุคคล ส่วนการจ้างอบรม in-house เหมาะเมื่อองค์กรต้องการเนื้อหาปรับตามงานจริง วัดผลได้ และต่อยอดเป็นเครื่องมือใช้งานจริง หลายองค์กรจึงใช้คอร์สฟรีปูพื้นก่อน แล้วจ้าง in-house workshop เพื่อลงลึกเฉพาะงานของแผนกตัวเอง
| หัวข้อเทียบ | คอร์สฟรีจากรัฐ | จ้าง in-house |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี | ราว 7,000 บาท/man-day |
| เนื้อหา | กลาง เรียนเองตามคอร์ส | ปรับตามงานจริงของบริษัท |
| การวัดผล | ใบรับรองผ่านคอร์ส | Capstone project ที่หัวหน้าทีมประเมินได้ |
| ต่อยอดหลังเรียน | ไม่มีผู้ดูแลเฉพาะองค์กร | มีที่ปรึกษาและทีมพัฒนาเครื่องมือ |
จุดเด่นคอร์สฟรีจากรัฐ
THAI Academy คือโครงการที่รัฐบาลไทยร่วมกับ Microsoft ตั้งเป้าอัปสกิล AI ให้คนไทยกว่า 1 ล้านคน และมีคอร์ส AI ภาษาไทยกว่า 280 คอร์ส (ที่มา: Microsoft News, 2025) กระทรวงแรงงานยังตั้งงบ 6.9 พันล้านบาท ยกระดับทักษะแรงงานรวมถึงทักษะ AI (ที่มา: กระทรวงแรงงาน, 2025) จุดแข็งชัดคือฟรี เรียนได้ทุกที่ ครอบคลุมพื้นฐานกว้าง
ข้อจำกัดคือพนักงานต้องมีวินัยเรียนเอง และไม่มีใครบอกว่าคอร์สไหนตรงกับงานของแผนกคุณ จากเคสที่พบบ่อย อัตราเรียนจบของคอร์สออนไลน์แบบสมัครใจในองค์กรมักต่ำ ถ้าไม่มีหัวหน้าติดตาม
จุดเด่นการจ้าง in-house
การจ้าง in-house workshop ให้ผลต่างตรงที่ทั้งทีมเรียนพร้อมกัน ใช้โจทย์เดียวกัน และออกจากห้องด้วยผลงานชิ้นเดียวกันที่ใช้ได้ทันที ผู้บริหารเห็น Capstone project ในวันนั้น ตัดสินได้ทันทีว่าจะลงทุนต่อเรื่องไหน ข้อเสียคือต้องจ่ายและต้องล็อกเวลาพนักงานทั้งวัน
ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันอย่างไร
- ให้พนักงานเรียนคอร์สพื้นฐานจาก THAI Academy ล่วงหน้า 2–3 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนรู้ศัพท์และเปิดเครื่องมือเป็น
- จ้าง in-house workshop 1–2 วัน ที่ข้ามส่วนพื้นฐานไปเลย แล้วใช้เวลากับงานจริงและ Capstone project
- เลือกโปรเจกต์ที่ดีที่สุด 1–2 ชิ้นไปพัฒนาต่อเป็นเครื่องมือจริงกับทีมที่ปรึกษา
สรุปเร็ว: ฟรีสำหรับปูพื้น จ้างสำหรับลงลึก ทำสองอย่างเรียงกันได้ผลมากกว่าเลือกอย่างเดียว
ข้อผิดพลาดและข้อควรระวังที่พบบ่อยเมื่อจ้างอบรม AI ในองค์กร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อจ้างอบรม AI ในองค์กรคือเลือกผู้สอนที่เดโมเครื่องมือแต่ไม่ปรับเข้ากับงานจริง อบรมวันเดียวแล้วไม่มีการติดตามผล ไม่มี Capstone project จึงวัดผลไม่ได้ ไม่ตั้ง AI Policy ก่อนใช้ และไม่วางแผนต่อยอดเป็นเครื่องมือใช้งานจริงหลังจบหลักสูตร
- เลือกจากความสนุกของเดโม: ผู้สอนที่โชว์ AI สร้างภาพหรือแต่งเพลงได้เร้าใจ อาจไม่รู้เลยว่าฝ่ายจัดซื้อของคุณทำงานอย่างไร
- อบรมแล้วปล่อย: ไม่มีการนัดติดตามในสัปดาห์ที่ 2–4 ซึ่งเป็นช่วงที่พนักงานเจอปัญหาจริงและต้องการคนตอบ
- ไม่มีตัวชี้วัด: ไม่ได้กำหนดก่อนอบรมว่าจะวัดอะไร จึงตอบผู้บริหารไม่ได้ว่าคุ้มหรือไม่
- ข้ามเรื่อง AI Policy: พนักงานเรียนจบแล้ววางข้อมูลลูกค้าลงเครื่องมือฟรีทันที เพราะไม่มีใครบอกว่าห้าม
- ไม่วางแผนต่อยอด: ได้ prompt ดี ๆ 20 อัน แต่ไม่มีใครรวมเป็นระบบให้ทีมใช้ร่วมกัน สุดท้ายอยู่ในโน้ตส่วนตัวของแต่ละคน
อบรมแล้วไม่ได้ใช้จริง
สาเหตุอันดับหนึ่งของอบรมแล้วไม่ได้ใช้จริงคือโจทย์ในห้องไม่ตรงกับงานบนโต๊ะ พนักงานฟังเข้าใจ แต่พอกลับไปเจองานของตัวเองก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน วิธีแก้คือกำหนดตั้งแต่คุยกับผู้สอนว่าทุกแบบฝึกหัดต้องมาจากงานจริงของแผนก และให้ทุกคนออกจากห้องพร้อม workflow อย่างน้อย 1 ชิ้นที่ใช้พรุ่งนี้ได้เลย
ไม่มีการวัดผลและติดตาม
การวัดผลควรเริ่มก่อนอบรม ไม่ใช่หลัง ให้แต่ละคนบันทึกเวลาที่ใช้กับงานซ้ำ ๆ 3 อย่างในสัปดาห์ก่อนเรียน แล้ววัดซ้ำในสัปดาห์ที่ 4 หลังเรียน ตัวเลขนี้คือ ROI ที่ผู้บริหารเข้าใจง่ายที่สุด ผู้สอนที่ดีจะเสนอวิธีนี้ให้เอง ถ้าคุณต้องเป็นฝ่ายขอ ควรถามต่อว่าทำไมไม่มีอยู่แล้ว
ลืมเรื่องความปลอดภัยข้อมูล
ข้อควรระวัง: ความเสี่ยงที่แพงที่สุดหลังอบรมไม่ใช่พนักงานไม่ใช้ AI แต่คือพนักงานใช้ AI กับข้อมูลที่ไม่ควรใช้ ก่อนวันสอนควรแจกรายการข้อมูลต้องห้ามหนึ่งหน้า และให้ผู้สอนย้ำในห้องด้วยตัวอย่างจริง เช่น เลขบัตรประชาชนลูกค้า ราคาต้นทุน หรือร่างสัญญาที่ยังไม่เซ็น
IMAI Group คือใคร และช่วยองค์กรเรื่อง AI ได้ครบวงจรอย่างไร

IMAI Group คือผู้ให้บริการ AI ครบวงจรในไทยที่รวมทั้งการสอน AI แบบ in-house workshop, ที่ปรึกษา AI สำหรับธุรกิจ, การพัฒนาแอปและเครื่องมือ AI ตามความต้องการ และมีแพลตฟอร์มของตัวเองชื่อ imgentic สำหรับสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI จึงต่อยอดจากอบรมสู่การใช้งานจริงได้ในทีมเดียว โดยไม่ต้องหาผู้ให้บริการหลายเจ้า
บริการสอน AI และ in-house workshop
IMAI Group รับสอน AI ให้บริษัทแบบ in-house workshop ที่ปรับหลักสูตรตามงานจริงของแต่ละองค์กร ครอบคลุมเครื่องมือหลักและปิดท้ายด้วย Capstone project จุดต่างจากสถาบันสอนอย่างเดียวคือ ผู้สอนเข้าใจว่าโปรเจกต์ในห้องต่อไปจะกลายเป็นเครื่องมือจริงได้ เพราะมีทีมพัฒนารองรับอยู่แล้ว
ที่ปรึกษา AI และพัฒนาแอป/chatbot ตามความต้องการ
หลังอบรม โปรเจกต์ที่ดีที่สุดมักคุ้มค่าที่จะพัฒนาต่อเป็นเครื่องมือจริง IMAI Group รับพัฒนาแอป automation และ chatbot AI สำหรับธุรกิจตามความต้องการ พร้อมบริการที่ปรึกษาต่อเนื่อง เริ่มจากระบุ use case แล้วทีมออกแบบและติดตั้งระบบให้ครบวงจร
imgentic แพลตฟอร์มสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI
imgentic คือแพลตฟอร์มของ IMAI Group ที่ใช้สร้างภาพและวิดีโอด้วย AI เหมาะกับงานการตลาด คอนเทนต์ และสื่อองค์กร ทีมที่ผ่านอบรมมาแล้วสามารถต่อยอดใช้แพลตฟอร์ม imgentic สร้างภาพและวิดีโอด้วย AIกับงานจริงได้ทันที
อยากดูว่าหลักสูตรและบริการต่อยอดเหมาะกับทีมคุณไหม ติดต่อ IMAI Group ผ่าน Facebook (facebook.com/imai.officialth) เพื่อขอตัวอย่างหลักสูตรและใบเสนอราคาแบบปรับตามงานของคุณ
คำถามที่พบบ่อย
รวมคำถามที่ผู้บริหารและ HR ถามบ่อยก่อนจ้างอบรม AI in-house ทั้งเรื่องราคา ระยะเวลา การวัดผล และการต่อยอดหลังอบรม เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกผู้สอนได้เร็วขึ้น
คอร์สเรียน AI สำหรับองค์กรใช้เวลากี่วัน
หลักสูตร AI in-house แบบปรับแต่งในไทยส่วนใหญ่ใช้เวลา 1–2 วัน โดยปรับตามความลึกและจำนวนผู้เรียน รูปแบบ 1 วันเน้นปูพื้นและฝึกเครื่องมือ ส่วน 2 วันเหลือเวลาให้ทำ Capstone project และนำเสนอผลงานให้หัวหน้าทีมประเมิน (ที่มา: Pertama Partners, 2026)
ที่ปรึกษา AI ธุรกิจและอบรม in-house ราคาเท่าไหร่
ราคาอบรม AI in-house ในไทยอยู่ที่ราว 7,000 บาทต่อ man-day และแพ็กเกจทั่วไปประมาณ 21,000–49,000 บาท ขึ้นกับจำนวนวัน จำนวนผู้เรียน และระดับการปรับหลักสูตร ควรขอใบเสนอราคาเพื่อยืนยันขอบเขตงานจริง (ที่มา: iReadCustomer, 2026)
รับพัฒนาแอป AI ตามความต้องการได้ไหม
IMAI Group รับพัฒนาแอปและเครื่องมือ AI ตามความต้องการ รวมถึง automation และ chatbot สำหรับธุรกิจ ต่อยอดจากการอบรมได้ทันที โดยเริ่มจากระบุ use case แล้วทีมออกแบบและติดตั้งระบบให้ครบวงจรพร้อมบริการที่ปรึกษา
จ้างทำ chatbot AI สำหรับธุรกิจต้องเริ่มยังไง
การจ้างทำ chatbot AI สำหรับธุรกิจเริ่มจากระบุปัญหาและ use case ที่ต้องการ เช่น ตอบลูกค้าอัตโนมัติหรือช่วยงานภายใน จากนั้นทีมพัฒนาจะออกแบบและติดตั้งระบบให้ IMAI Group ให้บริการนี้แบบครบวงจรพร้อมที่ปรึกษาต่อเนื่อง
imgentic คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
imgentic คือแพลตฟอร์มของ IMAI Group ที่ใช้สร้างภาพและวิดีโอด้วย AI เหมาะกับงานการตลาด คอนเทนต์ และสื่อองค์กร ช่วยให้ทีมผลิตสื่อได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง
มีคอร์ส AI ฟรีจากภาครัฐไหม
มี รัฐบาลไทยและ Microsoft เปิด THAI Academy ตั้งเป้าอัปสกิล AI คนไทยกว่า 1 ล้านคน พร้อมคอร์ส AI ภาษาไทยกว่า 280 คอร์ส เหมาะกับการปูพื้นฐานรายบุคคลก่อนจ้างอบรม in-house เพื่อลงลึกเฉพาะงาน (ที่มา: Microsoft News, 2025)
จะวัดผลว่าอบรม AI คุ้มค่าได้อย่างไร
วัดผลด้วย Capstone project ที่ผูกกับปัญหาจริงในองค์กร ตามแนวทางที่ AIT ใช้ เพื่อดูว่าพนักงานนำ AI ไปแก้งานจริงได้หรือไม่ ตัวชี้วัดที่ใช้ได้ทันทีคือเวลาที่ประหยัดต่อสัปดาห์และจำนวนงานที่ทำได้เพิ่ม (ที่มา: AIT, 2026)
เลือก in-house หรือ Public course ดีกว่ากัน
เลือก in-house เมื่อต้องการเนื้อหาปรับตามงานจริง วัดผลได้ และให้ทั้งทีมเรียนพร้อมกัน ส่วน Public course เหมาะปูพื้นฐานรายบุคคลด้วยงบต่ำกว่า หลายองค์กรใช้ทั้งสองแบบเรียงกันเพื่อคุ้มที่สุด
ข้อมูลราคาและสถิติในบทความอ้างอิงจากแหล่งที่ระบุปี 2025–2026 โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ
