ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ คือ กิจการให้เช่าโต๊ะสนุกเกอร์เป็นรายชั่วโมงพร้อมบริการเสริม เช่น เครื่องดื่มและอาหาร อัตราค่าเช่าตลาดอยู่ที่ 100–150 บาทต่อชั่วโมงต่อโต๊ะ โดยกฎหมายจัดสนุกเกอร์เป็นการพนันตามบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ของ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ผู้ลงทุนจึงต้องขอใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ก่อนเปิดให้บริการทุกกรณี (อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2026)
- รายได้หลักของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์มาจากค่าเช่าโต๊ะ 100–150 บาท/ชั่วโมง บวกกำไรจากเครื่องดื่ม อาหาร และการจัดแข่งขัน
- ใบอนุญาตออกโดยนายทะเบียนท้องที่ (ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต) ค่าธรรมเนียมต่อโต๊ะต่อปีอยู่ที่ บาท
- งบลงทุนร้านขนาด 3–4 โต๊ะอยู่ที่ประมาณ บาท
- ต้นทุนคงที่หลัก คือ ค่าพนักงาน (ราว 300 บาท/วัน/คน) ค่าไฟ-แอร์ ค่าบำรุงรักษาโต๊ะ และค่าสตรีมมิ่งถ่ายทอดสดสนุกเกอร์
- สูตรจุดคุ้มทุน: ชั่วโมงเช่าที่ต้องทำได้ต่อเดือน = ต้นทุนคงที่ต่อเดือน ÷ ค่าเช่าต่อชั่วโมง
ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ในปี 2026 ยังน่าลงทุนอยู่ไหม
ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ยังทำกำไรได้ในปี 2026 หากตั้งในทำเลชุมชนหนาแน่นและคู่แข่งน้อย รายได้หลักมาจากค่าเช่าโต๊ะ 100–150 บาทต่อชั่วโมง แต่ผู้ลงทุนต้องมีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และต้องออกแบบรายได้เสริมชดเชยต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นทุกปี
จำนวนสถานประกอบการโต๊ะสนุกเกอร์ในไทยปัจจุบันอยู่ที่ ขณะที่นักสนุกเกอร์ไทยที่สร้างชื่อระดับโลก ช่วยดึงคนรุ่นใหม่กลับเข้าหากีฬานี้ ตลาดจึงไม่ได้ตายอย่างที่หลายคนคิด แค่ย้ายจากโต๊ะสนุ๊กแบบเก่าไปสู่ร้านติดแอร์ที่สะอาดและถ่ายรูปลงโซเชียลได้
โมเดลรายได้ของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ทำงานอย่างไร
โมเดลรายได้ของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์มี 3 ชั้น คือ ค่าเช่าโต๊ะรายชั่วโมง 100–150 บาทเป็นฐาน กำไรจากเครื่องดื่ม-อาหารเป็นตัวเสริม และรายได้จากกิจกรรม เช่น จัดแข่งขันเก็บค่าสมัครหรือค่าสมาชิกรายเดือน เป็นตัวปิดช่องว่างกำไรในวันที่โต๊ะว่าง
ร้านที่อยู่รอดในปี 2026 แทบไม่มีร้านไหนพึ่งค่าโต๊ะอย่างเดียว เหตุผลง่ายมาก โต๊ะปล่อยเช่าได้จริงแค่ช่วงเย็นถึงดึก กลางวันโต๊ะว่าง แต่ค่าไฟและค่าพนักงานเดินอยู่ตลอด
ใครเหมาะกับธุรกิจนี้ ใครไม่เหมาะ
ธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์เหมาะกับคนมีที่ดินหรืออาคารของตัวเอง มีเวลาเฝ้าร้านช่วงเย็นถึงดึก และรับได้กับรายได้ที่มาช้าแต่สม่ำเสมอ ส่วนคนไม่เหมาะ คือ คนต้องเช่าตึกราคาแพง หวังกำไรเร็วใน 6 เดือน หรือไม่มีเวลาคุมร้านเองเลย
- เหมาะ: มีพื้นที่ว่างในชุมชน มีทุนก้อนหลักแสนขึ้นไป ชอบสังคมนักสนุกเกอร์ และพร้อมทำเอกสารใบอนุญาตให้ครบ
- ไม่เหมาะ: ต้องกู้เต็มวงเงิน เช่าที่ราคาสูง หรืออยากได้ธุรกิจแบบไม่ต้องเฝ้า — โต๊ะสนุกเกอร์ไม่ใช่ "เสือนอนกิน" อย่างที่ภาพจำเก่าบอก
เปิดโต๊ะสนุกเกอร์ผิดกฎหมายไหม ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง

การเปิดโต๊ะสนุกเกอร์เชิงพาณิชย์โดยไม่มีใบอนุญาตถือว่าผิดกฎหมาย เพราะสนุกเกอร์และบิลเลียดจัดเป็นการพนันตามบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ของ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 (มาตรา 4 วรรค 2) ผู้ฝ่าฝืนมีโทษ และอาจถูกสั่งปิดกิจการ
ใบอนุญาตโต๊ะสนุกเกอร์ คือ ใบอนุญาตให้จัดให้มีการเล่นบิลเลียด/สนุกเกอร์ตามบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ออกโดยนายทะเบียนท้องที่ ภายใต้การกำกับของกรมการปกครอง (DOPA) ข่าวดี คือ ใบอนุญาตนี้ขอได้จริง ไม่ใช่ของต้องห้าม ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ บาทต่อโต๊ะต่อปี
เอกสารที่ต้องใช้และยื่นขอที่ไหน
การขอใบอนุญาตโต๊ะสนุกเกอร์ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ คือ ที่ว่าการอำเภอ (ต่างจังหวัด) หรือสำนักงานเขต (กรุงเทพฯ) ในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่ พร้อมเอกสารประกอบตามรายการนี้
- เตรียมบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ขอใบอนุญาต พร้อมสำเนา
- เตรียมเอกสารสิทธิ์สถานที่ เช่น โฉนด สัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- แนบแผนที่ตั้งร้านและแผนผังภายใน ระบุจำนวนโต๊ะให้ชัด เพราะค่าธรรมเนียมคิดต่อโต๊ะ
- ชำระค่าธรรมเนียม บาท แล้วรอผลพิจารณาประมาณ
- ต่ออายุใบอนุญาตทุกปี อย่าปล่อยขาด เพราะเปิดร้านช่วงใบอนุญาตหมดอายุมีความผิดเท่ากับไม่มีใบอนุญาต
เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตที่ต้องปฏิบัติตาม
เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตโต๊ะสนุกเกอร์กำหนดกรอบการเปิดร้าน ได้แก่ เวลาเปิด-ปิดตามที่นายทะเบียนกำหนด ห้ามให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สิน และห้ามผู้มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์เข้าเล่น
ข้อควรระวัง: ข้อหาที่ร้านโดนบ่อยไม่ใช่เรื่องโต๊ะ แต่เป็นเรื่อง "แวดล้อม" ปล่อยเด็กต่ำกว่าเกณฑ์เข้าเล่น เปิดเกินเวลา หรือมีพนันข้างโต๊ะ สามเรื่องนี้ คือ ช่องที่ทำให้ร้านถูกเพ่งเล็งมากที่สุด
ต้องจ่ายส่วยตำรวจจริงไหม — ทำอย่างไรให้เปิดแบบไม่ต้องเป็นเบี้ยล่างเจ้าหน้าที่
ตามกฎหมายไม่มีข้อกำหนดใดให้ผู้ประกอบการโต๊ะสนุกเกอร์ต้องจ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ ร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เปิด-ปิดตามเวลา และคุมไม่ให้มีการพนันในร้าน มีสถานะทางกฎหมายครบ ปฏิเสธการเรียกรับผลประโยชน์ได้อย่างมั่นใจ
จากเคสที่เล่ากันบ่อยในกระทู้ผู้ประกอบการ ร้านที่ตกเป็น "เบี้ยล่าง" มักเป็นร้านที่เอกสารไม่ครบหรือทำผิดเงื่อนไขอยู่ก่อน จึงต่อรองไม่ได้ วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง คือ ทำทุกอย่างให้ตรวจได้ ติดใบอนุญาตไว้หน้าร้าน ติดกล้องวงจรปิด และถ้าถูกเรียกรับผลประโยชน์ ให้ร้องเรียนผ่าน
เปิดโต๊ะสนุ๊ก 1 โต๊ะที่บ้าน ต้องขอใบอนุญาตไหม
การเปิดโต๊ะสนุกเกอร์ให้บุคคลอื่นเล่นโดยเก็บค่าบริการ แม้เพียง 1 โต๊ะที่บ้าน ก็ต้องขอใบอนุญาต เพราะเข้าข่าย "จัดให้มีการเล่น" ตามบัญชี ข. ลำดับที่ 23 ของ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ข้อยกเว้นเดียว คือ เล่นกันภายในครอบครัวหรือเพื่อนฝูงโดยไม่เก็บเงินและไม่พนัน
เปิดโต๊ะสนุ๊กใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ (ตารางแจกแจงงบ 1-4 โต๊ะ)

งบลงทุนเปิดโต๊ะสนุ๊กประกอบด้วยค่าโต๊ะ ค่าอุปกรณ์ ค่าปรับปรุงสถานที่ ค่าใบอนุญาต และเงินทุนหมุนเวียน โต๊ะสนุกเกอร์ใหม่ราคาประมาณ บาทต่อโต๊ะ มือสองเริ่มต้นที่ บาท งบรวมร้าน 3–4 โต๊ะจึงอยู่ราว บาท
ตารางงบลงทุนแยกรายการ: 1 โต๊ะ vs 3-4 โต๊ะ
| รายการ | เริ่ม 1 โต๊ะ (ที่บ้าน) | ร้าน 3–4 โต๊ะ |
|---|---|---|
| โต๊ะสนุกเกอร์ (ใหม่/มือสอง) | ||
| ลูกสนุกเกอร์ + คิว + ชอล์ก ชุดเริ่มต้น | ||
| ปรับปรุงสถานที่ ไฟส่องโต๊ะ พื้นเรียบ | ||
| ใบอนุญาต (ต่อโต๊ะต่อปี) | ||
| ทุนหมุนเวียน 3 เดือนแรก |
อย่าลืมเผื่อค่าผ้าสักหลาด ต้นทุนซ่อนที่มือใหม่พลาดบ่อยที่สุด ผ้าสักหลาดต้องเปลี่ยนเมื่อสึกหรือขาด ค่าเปลี่ยนต่อครั้งประมาณ บาทต่อโต๊ะ ส่วนพื้นที่ที่ต้องใช้ต่อโต๊ะ (รวมระยะง้างคิวรอบโต๊ะ) อยู่ที่ประมาณ ต่อโต๊ะ
โต๊ะใหม่ vs โต๊ะมือสอง เลือกแบบไหนคุ้มกว่า
โต๊ะสนุกเกอร์มือสองคุ้มกว่าสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่มั่นใจในทำเล เพราะราคาต่ำกว่าโต๊ะใหม่หลายเท่า และโครงโต๊ะหินชนวนสภาพดีใช้ได้อีกนับสิบปี ส่วนโต๊ะใหม่เหมาะกับร้านวางตำแหน่งพรีเมียม ที่จับลูกค้ายอมจ่ายค่าโต๊ะเรตสูง
- ซื้อมือสองให้ดูที่: ความเรียบของหินชนวน สภาพชิ่งยาง และโครงไม้ — ผ้าสักหลาดเปลี่ยนใหม่ได้ ไม่ใช่ตัวตัดสิน
- ข้อควรระวัง: ค่าขนย้ายและติดตั้งไม่ถูก เพราะต้องใช้ช่างเฉพาะทางปรับระดับหินใหม่ทุกครั้งที่ย้าย ถามราคารวมติดตั้งก่อนตกลงซื้อเสมอ
มีเงิน 100,000 บาท เริ่มธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ได้ไหม
เงิน 100,000 บาทเริ่มธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ได้ในเงื่อนไขเดียว คือ มีพื้นที่ของตัวเองอยู่แล้ว และเริ่มจากโต๊ะมือสอง 1 โต๊ะ บวกค่าใบอนุญาต อุปกรณ์ และไฟส่องโต๊ะ ถ้าต้องเช่าตึกด้วย งบนี้ไม่พอและเสี่ยงเกินไป — ลองเทียบกับทำธุรกิจอะไรดี งบ 100,000 บาท ก่อนตัดสินใจ
รายได้ ต้นทุนรายเดือน และจุดคุ้มทุน คำนวณให้ดูชัด ๆ

รายได้ของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์มาจากค่าเช่าโต๊ะ 100–150 บาทต่อชั่วโมงเป็นหลัก ขณะที่ต้นทุนคงที่ต่อเดือน ได้แก่ ค่าพนักงานราว 300 บาท/วัน/คน (อ้างอิงกระทู้ผู้ประกอบการจริง) ค่าไฟ-แอร์ ค่าบำรุงรักษาโต๊ะ และค่าสตรีมมิ่งถ่ายทอดสด จุดคุ้มทุนจึงขึ้นกับชั่วโมงเช่าที่ทำได้จริงต่อวัน
โครงสร้างต้นทุนคงที่ vs ต้นทุนผันแปร
ต้นทุนคงที่ของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ คือ รายจ่ายที่ต้องจ่ายไม่ว่ามีลูกค้าหรือไม่ ได้แก่ ค่าพนักงาน ค่าเช่าที่ ค่าไฟ-แอร์เฉลี่ย บาท/เดือน และค่าสตรีมมิ่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสนุกเกอร์ราว บาท/เดือน ส่วนต้นทุนผันแปร คือ ค่าผ้าสักหลาด ชอล์ก และวัตถุดิบเครื่องดื่มที่เพิ่มตามยอดใช้จริง
โครงสร้างแบบนี้อันตรายตรงที่ต้นทุนคงที่กินสัดส่วนใหญ่ วันที่โต๊ะว่างทั้งวัน ร้านก็ยังจ่ายเท่าเดิม นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนลงเงิน — อ่านวิธีคิดละเอียดได้ที่วิธีคำนวณจุดคุ้มทุนก่อนเปิดร้าน
ตัวอย่างคำนวณจุดคุ้มทุน: ร้าน 3 โต๊ะต้องปล่อยเช่ากี่ชั่วโมงต่อวัน
จุดคุ้มทุน (Break-even Point) คือ ระดับรายได้ที่เท่ากับต้นทุนรวมพอดี คำนวณจากสูตร ชั่วโมงเช่าที่ต้องทำได้ต่อเดือน = ต้นทุนคงที่ต่อเดือน ÷ ค่าเช่าต่อชั่วโมง แล้วหารด้วย 30 วัน จะได้จำนวนชั่วโมงต่อวันที่ร้านโต๊ะสนุกเกอร์ต้องปล่อยเช่าให้ได้ก่อนเริ่มมีกำไร
- รวมต้นทุนคงที่ต่อเดือนทุกก้อน: พนักงาน + ค่าไฟ-แอร์ + ค่าเช่าที่ + ค่าสตรีมมิ่ง + ค่าบำรุงรักษาโต๊ะเฉลี่ย
- ตัวอย่างสมมติ: ต้นทุนคงที่ 30,000 บาท/เดือน ค่าเช่าโต๊ะ 120 บาท/ชั่วโมง → 30,000 ÷ 120 = 250 ชั่วโมง/เดือน
- หาร 30 วัน = ต้องปล่อยเช่าราว 8.3 ชั่วโมง/วัน หรือเฉลี่ยโต๊ะละเกือบ 3 ชั่วโมงทุกวัน (ร้าน 3 โต๊ะ) ก่อนจะมีกำไรบาทแรก
- แทนตัวเลขจริงของทำเลคุณลงในสูตรเดียวกัน ถ้าคำตอบเกิน 4–5 ชั่วโมง/โต๊ะ/วัน แปลว่าโมเดลตึงเกินไป ต้องลดต้นทุนหรือเพิ่มรายได้เสริม
ทำยังไงให้มีรายได้วันละ 1,000 บาทขึ้นไปต่อโต๊ะ
รายได้วันละ 1,000 บาทต่อโต๊ะต้องการชั่วโมงเช่าราว 7–10 ชั่วโมง (ที่เรต 100–150 บาท/ชั่วโมง) ซึ่งลำพังค่าโต๊ะทำได้ยากในวันธรรมดา ทางลัดที่ร้านทำกำไรใช้จริง คือ ดันยอดเครื่องดื่ม-อาหารที่กำไรต่อหน่วยสูงกว่าค่าโต๊ะ บวกโปรเหมาชั่วโมงช่วงกลางวันที่โต๊ะว่างอยู่แล้ว
เคล็ดลับ: ตั้งเป้าให้ยอดเครื่องดื่ม-ขนมเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของบิลรวม เช่น ลูกค้าเล่น 2 ชั่วโมง (240 บาท) แล้วสั่งน้ำ-ขนมอีก 100 บาท เป้าวันละ 1,000 บาทต่อโต๊ะจะใกล้ความจริงขึ้นมาก อยากได้เครื่องมือช่วยวางแผนตัวเลขก่อนลงทุน ทีม Growth Hub รวมเทมเพลตคำนวณต้นทุน-กำไรสำหรับธุรกิจหน้าร้านไว้ให้ใช้ฟรี
ขั้นตอนเปิดธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ตั้งแต่ศูนย์จนเปิดร้าน
ขั้นตอนเปิดธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์มี 7 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากสำรวจทำเลและคู่แข่ง ขอใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ จัดหาโต๊ะและปรับปรุงสถานที่ วางระบบราคาและพนักงาน ไปจนถึงทำการตลาดเปิดร้าน ใช้เวลารวมประมาณ เดือน
- สำรวจทำเลและคู่แข่ง: นับจำนวนโต๊ะสนุกเกอร์ในรัศมี 5 กิโลเมตร ดูช่วงเวลาที่ร้านคู่แข่งคนแน่น แล้วประเมินว่าชุมชนมีนักเล่นพอเลี้ยงร้านเพิ่มอีกร้านไหม
- เช็กข้อกำหนดสถานที่: สอบถามนายทะเบียนท้องที่เรื่องข้อจำกัดของพื้นที่ เช่น ก่อนวางมัดจำเช่าหรือก่อสร้าง
- ยื่นขอใบอนุญาต: เตรียมเอกสารตามหัวข้อก่อนหน้า ยื่นที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต รอผล — อย่าซื้อโต๊ะก่อนใบอนุญาตผ่าน
- จัดหาโต๊ะและติดตั้ง: เลือกโต๊ะใหม่หรือมือสองตามงบ นัดช่างเฉพาะทางปรับระดับหินชนวน และวางไฟส่องโต๊ะให้แสงเรียบทั้งผืนผ้าสักหลาด
- ปรับปรุงสถานที่: เผื่อพื้นที่ต่อโต๊ะประมาณ ทำพื้นให้เรียบ ติดแอร์หรือพัดลมตามงบ และจัดมุมเครื่องดื่มให้เห็นชัดจากทุกโต๊ะ
- วางระบบราคาและพนักงาน: ตั้งเรตค่าโต๊ะ 100–150 บาท/ชั่วโมงตามระดับร้านในพื้นที่ กำหนดกะพนักงาน และวางระบบจับเวลาที่โกงไม่ได้
- เปิดร้านพร้อมการตลาด: จัดโปรเปิดร้าน แจ้งกลุ่ม Facebook นักสนุกเกอร์ท้องถิ่น และถ่ายคลิปบรรยากาศร้านลง TikTok ตั้งแต่สัปดาห์แรก
เลือกทำเล: หมู่บ้าน vs ตัวเมือง vs ใกล้สถานศึกษา (ข้อห้าม)
ทำเลที่ดีที่สุดของธุรกิจโต๊ะสนุกเกอร์ คือ ชุมชนหนาแน่นที่มีคนวัยทำงานและถนนคึกคักช่วงเย็นถึงดึก ทำเลตัวเมืองได้เรตค่าโต๊ะสูงกว่าแต่ค่าเช่าแพง ทำเลหมู่บ้านค่าเช่าถูกแต่ฐานลูกค้าแคบ ส่วนทำเลใกล้สถานศึกษาให้เลี่ยง ทั้งเรื่องข้อกำหนดสถานที่ และภาพลักษณ์ที่ชวนให้ถูกเพ่งเล็งเรื่องเยาวชน
วางผังร้านและจำนวนโต๊ะที่เหมาะกับพื้นที่
การวางผังร้านโต๊ะสนุกเกอร์ต้องเผื่อระยะง้างคิวรอบโต๊ะทุกด้าน พื้นที่แนะนำต่อโต๊ะประมาณ อย่าอัดโต๊ะแน่นเพื่อหวังรายได้เพิ่ม เพราะโต๊ะที่คิวชนกำแพงจะไม่มีใครอยากเล่น สุดท้ายกลายเป็นโต๊ะร้างที่กินค่าไฟฟรี
ระบบเก็บเงินและป้องกันการโกงชั่วโมง
ระบบเก็บเงินของร้านโต๊ะสนุกเกอร
