การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ถือว่าปลอดภัยสูงในปี 2026 หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน และสามารถเอาออกได้จริงด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ทำให้เป็นการแก้ไขที่ยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และช่วยเพิ่มความมั่นใจในชีวิตเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญ
- ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดด้วย HA แท้ที่ผ่าน อย. ไทยและ FDA สากล ปลอดภัยสูง เพราะเป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกาย โอกาสแพ้น้อยมาก
- เอาออกได้จริง 100% ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เห็นผลการสลายภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน
- ราคาปี 2026 เริ่มต้นประมาณ 30,000 – 100,000 บาท หรือ 8,000 – 15,000 บาทต่อซีซี
- ผลลัพธ์เห็นทันทีแต่ไม่ถาวร ฟิลเลอร์ HA อยู่ได้ 1-2 ปี ต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผล และช่วยเพิ่มเฉพาะเส้นรอบวง ไม่เพิ่มความยาว
- ห้ามใช้ซิลิโคนเหลว, PMMA และฟิลเลอร์ปลอมเด็ดขาด เพราะเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนถาวรที่แก้ไขยาก
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดปลอดภัยไหม? ทำไมถึงเป็นทางเลือกที่นิยมในปี 2026
การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยสารเติมเต็มประเภท ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย. ไทย และ FDA สากล) ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูงและเป็นที่นิยมอย่างมากในปี 2026 เนื่องจากเป็นสารที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ และสามารถแก้ไขผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ทันที จึงช่วยให้ผู้ชายจำนวนมากมีความมั่นใจในขนาดและความพึงพอใจในชีวิตเพศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความปลอดภัยของการฉีดฟิลเลอร์ HA ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ (ต้องเป็น HA แท้และได้มาตรฐาน), เทคนิคการฉีดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสภาพร่างกายของผู้เข้ารับการรักษา โดย HA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ จึงมีโอกาสเกิดอาการแพ้น้อยมาก และยังสามารถสลายได้ด้วยเอนไซม์เฉพาะ ทำให้ลดความกังวลในเรื่องผลลัพธ์ถาวรที่ไม่พึงประสงค์
ฟิลเลอร์ชนิดไหนที่ใช้เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายได้ และชนิดไหน "ห้าม" ใช้เด็ดขาด?
ฟิลเลอร์ที่ใช้เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายได้อย่างปลอดภัยและได้รับการยอมรับทั่วโลกคือ ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) แท้ ซึ่งเป็นสารที่สลายได้ตามธรรมชาติและสามารถแก้ไขได้ง่ายหากเกิดปัญหา ในทางกลับกัน ฟิลเลอร์ประเภทอื่น เช่น ซิลิโคนเหลว หรือสารสังเคราะห์ถาวร เช่น Polymethyl methacrylate (PMMA) นั้น ห้ามใช้เด็ดขาด เนื่องจากเป็นอันตรายร้ายแรง และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนถาวรที่แก้ไขได้ยาก
ฟิลเลอร์ HA ที่ใช้ควรเป็นชนิดที่มีความหนืดและความคงตัวเหมาะสมสำหรับการเพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยเฉพาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินและเลือกใช้ให้ตรงกับความต้องการและสภาพร่างกายของคุณ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยสูงสุด
- ฟิลเลอร์ที่ "ควรใช้":
- ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA): เป็นสารที่ปลอดภัยที่สุด มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถแก้ไขได้ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสหากมีปัญหา ควรเลือก HA ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมาตรฐานสากล เช่น FDA
- ฟิลเลอร์ที่ "ห้ามใช้เด็ดขาด":
- ซิลิโคนเหลว (Liquid Silicone): เป็นสารอันตรายที่ไม่สามารถเอาออกได้หมด ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อ เนื้อตาย หรือเนื้องอกในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและอันตราย
- Polymethyl methacrylate (PMMA): เป็นสารสังเคราะห์ถาวร หากเกิดปัญหาแล้วแก้ไขได้ยากมาก อาจทำให้เกิดก้อนแข็ง หรือการอักเสบเรื้อรังที่รุนแรง
- ฟิลเลอร์ปลอม หรือฟิลเลอร์หิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน: มักเป็นสารที่ไม่ทราบที่มา หรือสารอันตรายอื่น ๆ ที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานด้านสุขภาพ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ การอักเสบ และผลข้างเคียงร้ายแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต
ข้อควรระวัง: การฉีดฟิลเลอร์ปลอมหรือสารที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อ เนื้อตาย การเสียรูปทรงถาวร และอาจต้องผ่าตัดเพื่อเอาออก ซึ่งมีความซับซ้อนและเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนระยะยาว การเลือกแพทย์และคลินิกที่น่าเชื่อถือจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดแล้วเอาออกได้ไหม? ต้องทำอย่างไร?

การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายด้วยไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) สามารถเอาออกได้จริง หากไม่พึงพอใจในผลลัพธ์หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์จะใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ฉีดเข้าไปเพื่อสลายฟิลเลอร์ HA ซึ่งเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างรวดเร็วและปลอดภัย ทำให้ HA เป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงในระยะยาวเมื่อเทียบกับสารเติมเต็มชนิดอื่น
เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสจะออกฤทธิ์สลายโมเลกุลของ HA ให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก ๆ ที่ร่างกายสามารถขับออกได้เองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปผลลัพธ์จะเริ่มเห็นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์และปฏิกิริยาของร่างกาย ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้ฟิลเลอร์ HA เป็นสารเติมเต็มที่สามารถ "ย้อนกลับ" ผลลัพธ์ได้ 100%
เหตุผลที่คนไข้ตัดสินใจเอาฟิลเลอร์ HA ออกบ่อยครั้ง:
- ไม่พอใจในรูปทรงหรือขนาดที่ได้ตามความคาดหวัง
- รู้สึกไม่สบายตัว หรือมีอาการปวดเล็กน้อยที่ไม่หายไปเอง
- เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อน หรือการอักเสบ (ซึ่งพบน้อยมากหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ)
- ต้องการเปลี่ยนวิธีเพิ่มขนาดแบบอื่นในอนาคต เช่น การผ่าตัด
สัญญาณที่บอกว่าคุณควรพิจารณาเอาฟิลเลอร์ออก:
คุณควรพิจารณาเอาฟิลเลอร์ HA ออกหากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น อาการปวด บวม แดง ร้อนอย่างต่อเนื่อง หรือมีก้อนแข็งที่คลำได้ชัดเจน และฟิลเลอร์มีการเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง รวมถึงกรณีที่คุณรู้สึกไม่สบายตัว ไม่มั่นใจในรูปลักษณ์ หรือมีผลกระทบต่อชีวิตเพศอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการสลายฟิลเลอร์
- อาการบวม แดง ร้อน หรือปวดผิดปกติ: โดยเฉพาะหากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังฉีด หรือเกิดขึ้นภายหลังเป็นเวลานาน
- ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง: การคลำพบก้อนแข็งที่ไม่สม่ำเสมอ หรือรู้สึกผิดปกติเมื่อสัมผัสบริเวณที่ฉีด
- การอักเสบ หรือติดเชื้อ: มีไข้ หรือมีหนองบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นกรณีร้ายแรงที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
- ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง: สังเกตเห็นว่าฟิลเลอร์ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่ฉีด หรือทำให้รูปร่างผิดปกติไป
- ผลลัพธ์ไม่เป็นที่พึงพอใจ: ขนาดหรือรูปร่างที่ได้ไม่ตรงตามความต้องการ หรือทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ
- ผลกระทบต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์: หากรู้สึกว่าการฉีดฟิลเลอร์ส่งผลเสียต่อสมรรถภาพทางเพศ
ข้อดี-ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย (อัปเดตปี 2026)

การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบในปี 2026 โดยข้อดีหลักคือเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ทันที ไม่ต้องผ่าตัด และสามารถย้อนกลับได้ด้วยเอนไซม์ ในขณะที่ข้อเสียอาจรวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องทำซ้ำทุก 1-2 ปี และผลลัพธ์ที่อาจไม่ถาวรเท่าการผ่าตัด ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักกับความคาดหวังส่วนบุคคลและงบประมาณของคุณ
| ข้อดี (Pros) | ข้อเสีย (Cons) |
|---|---|
| เห็นผลลัพธ์ทันที: สามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของขนาดเส้นรอบวงได้ทันทีหลังทำ | ไม่ถาวร: ฟิลเลอร์ HA สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ อยู่ได้ 1-2 ปี (ขึ้นกับชนิดและบุคคล) ต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ |
| ไม่ต้องผ่าตัด: เป็นหัตถการที่ไม่รุกราน ไม่ต้องพักฟื้นนาน ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด | ค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง: แม้ราคาเริ่มต้นจะย่อมเยากว่าการผ่าตัด แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องทุก 1-2 ปี |
| ยืดหยุ่น: สามารถปรับแต่งขนาดและรูปทรงได้ หากไม่พอใจสามารถสลายออกได้ด้วยเอนไซม์ | ผลข้างเคียงเล็กน้อย: อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือปวดเล็กน้อยชั่วคราวหลังทำ ซึ่งจะหายไปเอง |
| ฟื้นตัวเร็ว: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ | ความเสี่ยง: หากทำกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ หรือใช้ฟิลเลอร์ปลอม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง |
| เพิ่มความมั่นใจ: ช่วยให้ผู้ชายหลายคนมีความมั่นใจในรูปร่างและขนาดของอวัยวะเพศมากขึ้น | ไม่ได้เพิ่มความยาว: ฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มเส้นรอบวงเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มความยาวของอวัยวะเพศ |
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดราคาเท่าไหร่? ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย (ปี 2026)

ค่าใช้จ่ายในการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายในปี 2026 โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 – 100,000 บาท หรือประมาณ 8,000 – 15,000 บาทต่อซีซี ขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ หรือตามการประเมินของแพทย์) และชื่อเสียงของคลินิกหรือความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาและความปลอดภัยของหัตถการนี้
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย:
- ชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์: ฟิลเลอร์ HA ที่มีคุณภาพสูง ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และ FDA สากล มักมีราคาสูงกว่า แต่ก็ให้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติกว่า
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้: การเพิ่มขนาดที่มากขึ้นย่อมต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามไปด้วย
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์: แพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทาง และมีชื่อเสียง มักมีค่าบริการที่สูงกว่า ซึ่งแลกมาด้วยความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ
- ชื่อเสียงและมาตรฐานของคลินิก: คลินิกที่มีชื่อเสียง มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และมีมาตรฐานความสะอาดสูง มักมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าคลินิกทั่วไป แต่ก็ให้ความมั่นใจมากกว่า
- โปรโมชั่นและแพ็กเกจ: บางคลินิกอาจมีโปรโมชั่นหรือแพ็กเกจที่รวมค่าบริการอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคารวม
ข้อควรระวัง: หากพบคลินิกที่เสนอราคาถูกเกินไปอย่างผิดปกติ เช่น ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อซีซี ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งเสี่ยงต่ออันตรายร้ายแรงและภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป
เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายที่ปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ดีที่สุดนั้น คุณควรพิจารณาจากความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์สูง และมีการรับรองจากสภาวิชาชีพ รวมถึงคุณภาพของฟิลเลอร์ที่ต้องเป็นของแท้ ผ่าน อย. และมาตรฐานของคลินิกที่สะอาด ปลอดภัย มีรีวิวที่ดี และมีข้อมูลที่โปร่งใส ซึ่งการเลือกอย่างรอบคอบจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้คุณ
- ตรวจสอบความเชี่ยวชาญของแพทย์:
- เลือกแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์แพทยสภา และมีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์บริเวณอวัยวะเพศชายโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ใบหน้าทั่วไป
- สอบถามจำนวนเคสที่เคยทำ และขอดูตัวอย่างผลงานจริงก่อนตัดสินใจ
- ตรวจสอบว่าฟิลเลอร์เป็นของแท้:
- ขอดูกล่องผลิตภัณฑ์ เลขทะเบียน อย. และให้แพทย์แกะกล่องใหม่ต่อหน้าคุณทุกครั้ง
- เลือกเฉพาะฟิลเลอร์ HA ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และมาตรฐานสากล เช่น FDA เท่านั้น
- ดูมาตรฐานของสถานพยาบาล:
- คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ถูกต้อง สะอาด และมีระบบปลอดเชื้อชัดเจน
- หลีกเลี่ยงการฉีดตามบ้าน โรงแรม หรือหมอกระเป๋าเด็ดขาด เพราะเสี่ยงติดเชื้อและได้ฟิลเลอร์ปลอม
- เช็กรีวิวและความโปร่งใสของราคา:
- อ่านรีวิวจากคนไข้จริงหลายช่องทาง และเปรียบเทียบราคากับค่าเฉลี่ยตลาด (8,000 – 15,000 บาทต่อซีซี) ถ้าถูกผิดปกติให้ระวังไว้ก่อน
- มีบริการติดตามผลและแผนรับมือฉุกเฉิน:
- คลินิกที่ดีต้องมีนัดติดตามผลหลังฉีด และมีเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสพร้อมใช้ทันทีหากเกิดภาวะแทรกซ้อน
คำถามที่พบบ่อย
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยสูง หากใช้ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) แท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและ FDA สากล และทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพราะ HA เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกาย โอกาสแพ้น้อยมาก และสลายออกได้ด้วยเอนไซม์เฉพาะหากเกิดปัญหา
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดแล้วเอาออกได้ไหม?
เอาออกได้จริง 100% เฉพาะฟิลเลอร์ชนิด HA โดยแพทย์จะฉีดเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เข้าไปสลายโมเลกุลฟิลเลอร์ให้ร่างกายขับออกเองตามธรรมชาติ เห็นผลภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน ส่วนซิลิโคนเหลวและ PMMA เอาออกไม่ได้หมด ต้องผ่าตัดซึ่งเสี่ยงสูง
ฟิลเลอร์เพิ่มขนาดอยู่ได้นานแค่ไหน?
ฟิลเลอร์ HA สำหรับเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และร่างกายของแต่ละคน เพราะ HA สลายตัวเองตามธรรมชาติ จึงต้องฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์ ซึ่งเป็นทั้งข้อดีด้านความปลอดภัยและข้อเสียด้านค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
ฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาดราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาโดยทั่วไปเริ่มต้นประมาณ 30,000 – 100,000 บาท หรือประมาณ 8,000 – 15,000 บาทต่อซีซี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ หากพบราคาต่ำกว่า 5,000 บาทต่อซีซี ควรระวังฟิลเลอร์ปลอมหรือผู้ฉีดที่ไม่ใช่แพทย์
ฉีดฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มความยาวได้ไหม?
ไม่ได้ ฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มเฉพาะเส้นรอบวงหรือความหนาของอวัยวะเพศชายเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มความยาว ผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับทางเลือกอื่น เช่น การผ่าตัด ซึ่งมีข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงต่างกัน ควรตั้งความคาดหวังให้ตรงกับความจริงก่อนตัดสินใจ
หลังฉีดฟิลเลอร์เพิ่มขนาด นานแค่ไหนถึงมีเพศสัมพันธ์ได้?
โดยทั่วไปสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นตัวเร็ว อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือปวดเล็กน้อยชั่วคราวซึ่งหายเอง ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
สัญญาณแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์หลังฉีดฟิลเลอร์?
ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการปวด บวม แดง ร้อนที่ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน คลำพบก้อนแข็งผิดปกติ มีไข้หรือมีหนองบริเวณที่ฉีด ฟิลเลอร์เคลื่อนผิดตำแหน่ง หรือกระทบการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เพราะอาจต้องสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสโดยเร็ว
