รับพิมพ์แพ็คเกจจิ้ง คือ บริการของโรงพิมพ์ที่ผลิตบรรจุภัณฑ์ตามแบบของลูกค้า ครอบคลุมตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ พิมพ์ ไดคัท ขึ้นรูป จนถึงจัดส่งกล่องพร้อมใช้งาน โดย Box Gallery โรงพิมพ์มาตรฐาน ISO 9001:2015 รับผลิตตั้งแต่จำนวนน้อยแบบไม่มีขั้นต่ำด้วยระบบดิจิตอล จนถึงงานหลักพันใบด้วยเครื่องออฟเซ็ท HEIDELBERG (อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569)
- การพิมพ์ดิจิตอลสั่งได้ไม่มีขั้นต่ำและได้งานเร็ว ส่วนการพิมพ์ออฟเซ็ทราคาต่อใบถูกลงชัดเจนเมื่อสั่งหลักพันใบขึ้นไป
- ราคาแพ็คเกจจิ้งขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัย คือ ชนิดกระดาษ ขนาดกล่อง จำนวนสั่ง ระบบพิมพ์ และเทคนิคพิเศษหลังพิมพ์
- กระดาษอาร์ตการ์ด 300–350 แกรม คือมาตรฐานยอดนิยมของกล่องบรรจุภัณฑ์สินค้าทั่วไป
- Box Gallery อยู่ในเครือโรงพิมพ์เมริท พริ้นติ้ง ก่อตั้งปี 2543 ประสบการณ์กว่า 26 ปี (นับถึงปี 2569)
- ระยะเวลาผลิตมาตรฐานอยู่ที่
รับพิมพ์แพ็คเกจจิ้งคืออะไร ครอบคลุมงานแบบไหนบ้าง
บริการรับพิมพ์แพ็คเกจจิ้ง คือ บริการผลิตบรรจุภัณฑ์ตามแบบของแบรนด์แบบครบวงจร ตั้งแต่บรีฟงาน ออกแบบโครงกล่อง พิมพ์ ไดคัท ขึ้นรูป จนถึงจัดส่ง ครอบคลุมทั้งกล่องบรรจุภัณฑ์ ถุงกระดาษ สติกเกอร์ฉลาก และป้ายแท็กสินค้า เหมาะกับ SME ไทยที่อยากสร้างแบรนด์ด้วยบรรจุภัณฑ์พิมพ์โลโก้ของตัวเอง
Box Gallery เป็นโรงพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ในเครือโรงพิมพ์เมริท พริ้นติ้ง ก่อตั้งปี 2543 จึงมีเครื่องจักร ทีมงาน และระบบผลิตครบในที่เดียว คุณไม่ต้องจ้างออกแบบเจ้าหนึ่ง พิมพ์อีกเจ้า แล้วส่งไปไดคัทที่อื่น ซึ่งทั้งเสียเวลาและเสี่ยงงานเพี้ยนระหว่างส่งต่อ
ประเภทแพ็คเกจจิ้งยอดนิยมของ SME ไทย
แพ็คเกจจิ้งที่แบรนด์ SME ไทยสั่งผลิตบ่อยที่สุดมี 4 กลุ่ม ได้แก่ กล่องอาร์ตการ์ด กล่องลูกฟูก กล่องหุ้มจั่วปัง และถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ แต่ละแบบเหมาะกับสินค้าและงบประมาณต่างกัน เลือกจากน้ำหนักสินค้าและภาพลักษณ์ที่อยากได้เป็นหลัก
- กล่องอาร์ตการ์ด — กล่องกระดาษพิมพ์ 4 สีพับขึ้นรูป เหมาะกับเครื่องสำอาง อาหารเสริม สบู่ และสินค้าไลฟ์สไตล์
- กล่องลูกฟูก — แข็งแรง รับน้ำหนักดี เหมาะกับสินค้าที่ส่งทางไปรษณีย์หรือมีน้ำหนักมาก
- กล่องหุ้มจั่วปัง — กล่องแข็งแบบพรีเมียม เหมาะกับชุดของขวัญและสินค้าราคาสูง
- ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้ — ใช้คู่หน้าร้านหรืออีเวนต์ ลูกค้าถือเดินเท่ากับช่วยโฆษณาแบรนด์ให้ฟรี
งานพิมพ์เสริมที่ควรสั่งพร้อมกัน
งานพิมพ์เสริมที่ควรสั่งพร้อมกล่อง ได้แก่ สติกเกอร์ฉลาก ป้ายแท็ก และการ์ดขอบคุณ เพราะการพิมพ์ล็อตเดียวกันช่วยคุมโทนสีแบรนด์ให้ตรงกันทุกชิ้น และประหยัดค่าขนส่งกว่าสั่งแยกรอบ ดูรายละเอียดที่บริการพิมพ์สติกเกอร์และฉลากสินค้า และรับพิมพ์ถุงกระดาษพิมพ์โลโก้
พิมพ์แพ็คเกจจิ้งระบบดิจิตอล vs ออฟเซ็ท เลือกแบบไหนดี

เลือกระบบพิมพ์ตามจำนวนสั่งเป็นหลัก การพิมพ์ดิจิตอล คือ ระบบพิมพ์ที่ส่งไฟล์ตรงเข้าเครื่องโดยไม่ต้องทำเพลท จึงสั่งจำนวนน้อยได้แบบไม่มีขั้นต่ำและได้งานเร็ว ส่วนการพิมพ์ออฟเซ็ท คือ ระบบพิมพ์ที่ใช้เพลทถ่ายทอดหมึกลงกระดาษ สีสม่ำเสมอสูง และราคาต่อใบถูกลงมากเมื่อพิมพ์หลักพันใบขึ้นไป
Box Gallery มีทั้ง 2 ระบบในโรงงานเดียว งานจำนวนมากพิมพ์ด้วยเครื่องออฟเซ็ท HEIDELBERG ซึ่งเป็นเครื่องพิมพ์ระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมจากเยอรมนี งานทดลองตลาดใช้ระบบดิจิตอล สั่งหลักสิบใบก็ผลิตได้
ตารางเทียบ 6 มิติ: ดิจิตอลหรือออฟเซ็ท แบบไหนใช่สำหรับคุณ
| มิติ | การพิมพ์ดิจิตอล | การพิมพ์ออฟเซ็ท |
|---|---|---|
| ขั้นต่ำ | ไม่มีขั้นต่ำ สั่งหลักสิบใบได้ | เหมาะตั้งแต่หลักพันใบขึ้นไป |
| ราคาต่อชิ้น | คงที่ ไม่ลดตามจำนวน | ยิ่งสั่งมากยิ่งถูกลง |
| ความเร็ว | เร็วกว่า ไม่ต้องทำเพลท | ต้องเผื่อเวลาทำเพลทและตั้งเครื่อง |
| คุณภาพสี | คมชัด เหมาะงานทดลองตลาด | สีสม่ำเสมอสูงทุกใบทั้งล็อต |
| เทคนิคพิเศษ | รองรับพื้นฐาน เช่น เคลือบ ไดคัท | รองรับครบ ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน ไดคัท |
| เหมาะกับใคร | แบรนด์เพิ่งเริ่ม อยากทดลองขาย | แบรนด์ที่ขายดีแล้ว สั่งสต๊อกยาว |
เคล็ดลับจากหน้างาน: จุดคุ้มทุนที่ออฟเซ็ทเริ่มถูกกว่าดิจิตอลอยู่ที่ประมาณ ถ้าไม่แน่ใจ ส่งจำนวนที่ต้องการให้ทีมงาน Box Gallery คำนวณเทียบราคาทั้ง 2 ระบบก่อนตัดสินใจได้ฟรี
สั่งงานด่วนได้เร็วแค่ไหน — ไทม์ไลน์งานดิจิตอล
พิมพ์ Packaging ด่วนด้วยระบบดิจิตอลใช้เวลาสั้นกว่าออฟเซ็ทมาก เพราะตัดขั้นตอนทำเพลทออกทั้งหมด ระยะเวลามาตรฐานงานด่วนของ Box Gallery อยู่ที่ นับจากยืนยันปรู๊ฟ เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องรีบเปิดตัวสินค้า หรือกล่องหมดสต๊อกกะทันหันช่วงยอดขายพุ่ง
ราคาพิมพ์แพ็คเกจจิ้งเท่าไหร่ อะไรทำให้ถูกหรือแพง
ราคาพิมพ์แพ็คเกจจิ้งขึ้นอยู่กับ 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ชนิดและแกรมกระดาษ ขนาดกล่อง จำนวนสั่งผลิต ระบบพิมพ์ และเทคนิคพิเศษหลังพิมพ์ ยิ่งสั่งจำนวนมาก ราคาต่อใบยิ่งลดลง เพราะต้นทุนคงที่อย่างค่าเพลทและค่าตั้งเครื่องถูกเฉลี่ยไปทุกใบที่พิมพ์
กระดาษยอดนิยมคืออาร์ตการ์ด 300–350 แกรม แข็งแรงพอขึ้นรูปและพิมพ์สีสวย ถ้าอยากได้ราคาถูกลง จุดที่ควรปรับก่อนคือขนาดกล่องกับจำนวนเทคนิคพิเศษ ไม่ใช่ลดแกรมกระดาษจนกล่องยุบ
ตารางช่วงราคาตามจำนวนสั่งผลิต
| จำนวนสั่ง | ระบบพิมพ์ที่แนะนำ | ราคาต่อใบโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 100 ใบ | ดิจิตอล | |
| 500 ใบ | ดิจิตอล | |
| 1,000 ใบ | ออฟเซ็ท | |
| 5,000 ใบ | ออฟเซ็ท |
ทำไมยิ่งสั่งมากยิ่งถูก? เพราะค่าเพลท ค่าตั้งเครื่อง และค่าทำบล็อกไดคัทเป็นต้นทุนคงที่ จ่ายครั้งเดียวไม่ว่าพิมพ์กี่ใบ พอสั่ง 5,000 ใบ ต้นทุนก้อนนี้ถูกหารเฉลี่ยจนเหลือต่อใบน้อยมาก
ของถูกที่แพงกว่า: ทำไมไม่ควรเลือกโรงพิมพ์จากราคาต่ำสุดอย่างเดียว
โรงพิมพ์ที่เสนอราคาต่ำผิดปกติมักลดต้นทุนในจุดที่มองไม่เห็นจากใบเสนอราคา เช่น ใช้กระดาษแกรมบางกว่าที่ตกลง ข้ามขั้นตอนปรู๊ฟ หรือไม่มี QC ก่อนส่งมอบ เคสที่เจอบ่อยคือลูกค้าย้ายมาจากเจ้าราคาถูกเพราะเจอสีเพี้ยนทั้งล็อตหรือกล่องยุบตอนวางซ้อน สุดท้ายต้องพิมพ์ใหม่ เท่ากับจ่าย 2 รอบ
วิธีลดต้นทุนแพ็คเกจจิ้งโดยไม่ลดคุณภาพ
- ปรับขนาดกล่องให้พอดีเพลทพิมพ์ ลดเศษกระดาษเหลือทิ้ง — ทีมงานช่วยคำนวณให้ได้ตั้งแต่ขั้นออกแบบ
- เลือกเทคนิคพิเศษเท่าที่จำเป็น เช่น ปั๊มฟอยล์เฉพาะโลโก้จุดเดียว แทนการปั๊มทั้งหน้ากล่อง
- รวมออเดอร์ให้ถึงจุดคุ้มทุนออฟเซ็ท ถ้าขายดีสม่ำเสมอ สั่งล็อตใหญ่ครั้งเดียวถูกกว่าสั่งดิจิตอลหลายรอบ
- ใช้โครงกล่องมาตรฐานแทนทรงพิเศษ จะไม่ต้องจ่ายค่าทำบล็อกไดคัทใหม่
โรงงานผลิตกล่องสินค้า SME ควรเลือกยังไง: 7 เกณฑ์ก่อนตัดสินใจ
โรงงานผลิตกล่องสินค้า SME ที่ดีควรมี 7 คุณสมบัติ ได้แก่ รับสั่งจำนวนน้อยได้ มีมาตรฐานรับรองอย่าง ISO 9001:2015 มีบริการออกแบบ มีปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง ผลิตครบวงจรในที่เดียว ระบุระยะเวลาชัดเจน และมีทีมให้คำปรึกษาเหมือนพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่รับออเดอร์
- รับจำนวนน้อยได้จริง — แบรนด์เพิ่งเริ่มไม่ควรถูกบังคับสั่งขั้นต่ำหลักพันใบ
- มีมาตรฐานตรวจสอบได้ — Box Gallery ได้รับรอง ISO 9001:2015 พร้อมประสบการณ์ในเครือเมริท พริ้นติ้ง ตั้งแต่ปี 2543
- มีทีมออกแบบ — ไม่มีไฟล์ก็เริ่มงานได้ ไม่ต้องจ้างกราฟิกแยก
- มีปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง — เห็นสีและโครงกล่องจริงก่อนยืนยันผลิตทั้งล็อต
- ผลิตครบวงจรในที่เดียว — พิมพ์ ไดคัท ปั๊มฟอยล์ ขึ้นรูป จบในโรงงานเดียว
- ระบุระยะเวลาชัดเจน — มีกำหนดส่งเป็นวันทำการ ไม่ใช่ "เร็ว ๆ นี้"
- ให้คำปรึกษาจริง — แนะนำกระดาษและเทคนิคที่เหมาะกับสินค้า ไม่ใช่เชียร์ของแพงสุดเสมอ
ISO 9001:2015 สำคัญกับงานพิมพ์ยังไงในทางปฏิบัติ
ISO 9001:2015 คือ มาตรฐานระบบบริหารคุณภาพที่บังคับให้โรงพิมพ์มีขั้นตอนตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรทุกจุด ในทางปฏิบัติหมายถึงมีระบบควบคุมสีให้ทุกล็อตพิมพ์ใกล้เคียงกัน มี QC ก่อนส่งมอบคัดชิ้นงานเสียออก และมีระบบติดตามงานให้ส่งตรงเวลา ต่างจากโรงพิมพ์ทั่วไปที่คุณภาพขึ้นกับฝีมือช่างคนเดียว
ผลิตครบวงจรในที่เดียว vs จ้างหลายเจ้า — ต่างกันตรงไหน
การผลิตครบวงจรในที่เดียวลดความเสี่ยง 3 เรื่อง คือ สีเพี้ยนระหว่างส่งต่องาน กำหนดส่งเลื่อนเพราะรอคิวหลายโรงงาน และไม่มีใครรับผิดชอบเมื่องานเสีย ถ้าจ้างแยกเจ้า พอกล่องมีปัญหา โรงพิมพ์โทษโรงไดคัท โรงไดคัทโทษไฟล์ สุดท้ายคนแบกต้นทุนซ้ำคือคุณ
ขั้นตอนสั่งพิมพ์แพ็คเกจจิ้งกับโรงพิมพ์ ตั้งแต่ไฟล์แรกจนได้กล่อง

ขั้นตอนสั่งพิมพ์แพ็คเกจจิ้งมี 6 ขั้น ได้แก่ ปรึกษาและบรีฟงาน เลือกกระดาษและโครงกล่อง ออกแบบหรือส่งไฟล์อาร์ตเวิร์ค ตรวจปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง ผลิตและ QC และจัดส่งถึงมือ โดยขั้นปรู๊ฟคือจุดสำคัญที่สุดเพราะเป็นด่านเดียวที่ป้องกันปัญหาสีเพี้ยนก่อนผลิตทั้งล็อต
- ปรึกษาและบรีฟงาน — บอกประเภทสินค้า ขนาด จำนวน และงบประมาณ ทีมงานจะแนะนำระบบพิมพ์ที่คุ้มสุด
- เลือกกระดาษและโครงกล่อง — จับตัวอย่างกระดาษจริง เลือกแกรมและทรงกล่องให้เหมาะกับสินค้า
- ออกแบบหรือส่งไฟล์อาร์ตเวิร์ค — ส่งไฟล์งานพิมพ์ (Artwork) ของคุณ หรือให้ทีมออกแบบของ Box Gallery ทำให้
- ตรวจปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง — เช็คสี ตัวสะกด ตำแหน่งโลโก้ และโครงกล่อง แล้วจึงเซ็นยืนยัน
- ผลิตและ QC — พิมพ์ ไดคัท ขึ้นรูป และตรวจคุณภาพตามระบบ ISO 9001:2015 ก่อนแพ็คส่ง
- จัดส่งถึงมือ — ส่งทั่วประเทศ
Checklist เตรียมไฟล์ก่อนส่งโรงพิมพ์ ให้งานไม่ต้องแก้ซ้ำ
ไฟล์งานพิมพ์ที่ถูกสเปคตั้งแต่แรกช่วยตัดรอบแก้ไฟล์ออกได้ 1–2 วัน เช็ค 5 ข้อนี้ก่อนกดส่งทุกครั้ง
- ตั้งโหมดสีเป็น CMYK ตั้งแต่เริ่มออกแบบ เพราะไฟล์ RGB จะสีเพี้ยนเมื่อพิมพ์จริง
- ความละเอียดอย่างน้อย 300 dpi ให้ภาพและโลโก้คมชัด ไม่แตกเป็นเม็ด
- เผื่อระยะตัดตก 3 มม. รอบชิ้นงาน กันขอบขาวโผล่หลังตัด
- แปลงฟอนต์เป็น create outline ทุกตัว กันฟอนต์เพี้ยนเมื่อเปิดที่เครื่องโรงพิมพ์
- วางข้อความสำคัญห่างเส้นพับ–เส้นตัดอย่างน้อย 3 มม. กันตัวอักษรโดนตัดหรือพับทับ
ไม่มีไฟล์ออกแบบทำยังไง — บริการออกแบบของ Box Gallery ช่วยได้
ลูกค้าที่ไม่มีไฟล์ออกแบบสั่งผลิตกับ Box Gallery ได้ทันที เพียงส่งโลโก้ รูปสินค้า และบรีฟความรู้สึกที่อยากได้ ทีมออกแบบจะขึ้นโครงกล่อง จัดวางลายพิมพ์ และแนะนำเทคนิคพิเศษให้เหมาะกับงบ
เทคนิคพิเศษหลังพิมพ์ที่ทำให้แพ็คเกจจิ้งดูพรีเมียมขึ้น
เทคนิคพิเศษหลังพิมพ์ คือ กระบวนการตกแต่งชิ้นงานหลังการพิมพ์เพื่อเพิ่มความพรีเมียมให้บรรจุภัณฑ์ ที่นิยมมี 4 อย่าง ได้แก่ ปั๊มฟอยล์ (Foil Stamping) เพิ่มความหรูด้วยสีทอง/เงิน ปั๊มนูน (Emboss) สร้างมิติให้โลโก้ ไดคัท (Die-cut) ขึ้นรูปทรงพิเศษ และเคลือบเงา/เคลือบด้าน (Laminate) ปกป้องผิวงาน
Box Gallery รองรับครบทั้ง 4 เทคนิคในโรงงานเดียว ค่าใช้จ่ายเพิ่มของแต่ละเทคนิคอยู่ที่ อ่านเชิงลึกได้ที่เทคนิคปั๊มฟอยล์และปั๊มนูนสำหรับงานพรีเมียม
จับคู่เทคนิคกับประเภทธุรกิจ: อาหาร / เครื่องสำอาง / ของขวัญพรีเมียม
สูตรจับคู่กระดาษกับเทคนิคพิเศษที่ได้ผลจริงต่างกันตามกลุ่มธุรกิจ สรุปจากงานที่ SME สั่งบ่อยได้ 3 แนวทางนี้
- แบรนด์อาหาร–เบเกอรี่ — อาร์ตการ์ด 300–350 แกรม เคลือบด้าน พิมพ์สีสดดึงความน่ากิน ไดคัทหน้าต่างใสให้เห็นสินค้า
- แบรนด์เครื่องสำอาง–สกินแคร์ — อาร์ตการ์ด 350 แกรม เคลือบด้าน + ปั๊มฟอยล์ทอง/เงินที่โลโก้ ให้ลุคเคาน์เตอร์แบรนด์
- ชุดของขวัญพรีเมียม — กล่องหุ้มจั่วปังโครงแข็ง ปั๊มนูนโลโก้ เพิ่มริบบิ้นหรือแม่เหล็กปิดฝา
แพ็คเกจจิ้งใส่อาหารต้องคำนึงอะไรเพิ่ม
แพ็คเกจจิ้งใส่อาหารต้องคิดเพิ่ม 2 เรื่องจากกล่องทั่วไป คือ ความปลอดภัยเมื่อสัมผัสอาหาร และการกันความมัน–ความชื้น กล่องที่สัมผัสอาหารโดยตรงควรใช้วัสดุเกรดสัมผัสอาหาร แจ้งทีมงานตั้งแต่บรีฟว่าใส่อาหารแบบไหน จะได้เลือกวัสดุถูกตั้งแต่ต้น
5 ข้อผิดพลาดที่ SME มักพลาดตอนสั่งพิมพ์แพ็คเกจจิ้งครั้งแรก

ข้อผิดพลาดตอนสั่งพิมพ์แพ็คเกจจิ้งครั้งแรกที่เจอบ่อยมี 5 ข้อ ได้แก่ ไม่ขอปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริงจนสีเพี้ยน เลือกกระดาษแกรมบางเกินไปจนกล่องยุบ ไม่เผื่อระยะตัดตก 3 มม. สั่งจำนวนพอดีเป๊ะไม่เผื่อของเสีย และเลือกโรงพิมพ์จากราคาถูกสุดโดยไม่ดูมาตรฐานการผลิต
- ไม่ขอปรู๊ฟก่อนพิมพ์จริง — สีบนจอกับสีบนกระดาษต่างกันเสมอ ปรู๊ฟคือโอกาสเดียวที่เห็นของจริงก่อนผลิตทั้งล็อต
- เลือกแกรมกระดาษบางไป — กล่องที่รับน้ำหนักสินค้าควรใช้กระดาษ 300 แกรมขึ้นไป ไม่งั้นกล่องยุบตอนวางซ้อนบนชั้น
- ไม่เผื่อระยะตัดตก — ไฟล์ที่ไม่เผื่อ 3 มม. จะมีขอบขาวโผล่หลังตัด ต้องแก้ไฟล์ใหม่ เสียเวลาเพิ่ม 1–2 วัน
- สั่งจำนวนพอดีเป๊ะ — ควรเผื่อของเสียจากการขนส่งและการแพ็คประมาณ ของยอดที่ใช้จริง
- เลือกจากราคาถูกสุดอย่างเดียว — โรงพิมพ์ไม่มีมาตรฐานรับรองมักไม่มี QC พองานเสียทั้งล็อตก็ไม่มีใครรับผิดชอบ
วิธีเช็คปรู๊ฟให้ครบก่อนกดยืนยันพิมพ์
การเช็คปรู๊ฟก่อนยืนยันพิมพ์ควรไล่ 5 จุดตามลำดับ คือ สีโลโก้ตรงกับสีแบรนด์ไหม ตัวสะกดทุกคำโดยเฉพาะเบอร์โทรและส่วนผสม ตำแหน่งภาพไม่ตกขอบหรือโดนเส้นพับ โครงกล่องใส่สินค้าจริงแล้วพอดี และทิศทางลายทุกด้านหันถูก อย่าเช็คจากมือถือเครื่องเดียว เพราะจอแต่ละเครื่องแสดงสีต่างกัน
สัญญาณเตือนว่าโรงพิมพ์เจ้านั้นอาจมีปัญหา
สัญญาณเตือนที่ควรถอยมี 5 อย่าง คือ ไม่มีใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรแยกรายการค่าใช้จ่าย ไม่มีมาตรฐานรับรองอย่าง ISO ตอบราคาก่อนถามสเปคสินค้า ไม่เสนอขั้นตอนปรู๊ฟ และบอกกำหนดส่งลอย ๆ ไม่ระบุวัน เจอครบ 2–3 ข้อเมื่อไหร่ ความเสี่ยงงานเสียสูงมาก
ทำไม SME ไทยเลือก Box Gallery เป็นพาร์ทเนอร์ผลิตแพ็คเกจจิ้ง
Box Gallery คือโรงพิมพ์แพ็คเกจจิ้งครบวงจรในเครือโรงพิมพ์เมริท พริ้นติ้ง ก่อตั้งปี 2543 ได้รับรอง ISO 9001:2015 รับผลิตตั้งแต่จำนวนน้อยไม่มีขั้นต่ำด้วยการพิมพ์ดิจิตอล จนถึงงานจำนวนมากด้วยเครื่องออฟเซ็ท HEIDELBERG พร้อมทีมให้คำปรึกษาตั้งแต่ออกแบบจนจัดส่ง
โรงพิมพ์ตั้งอยู่ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จัดส่งทั่วประเทศไทย จุดต่างจากโรงพิมพ์ทั่วไปคือทีมงานทำหน้าที่เหมือนพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ช่วยคำนวณจุดคุ้มทุนระหว่างระบบพิมพ์ แนะนำกระดาษที่เหมาะกับสินค้า และบอกตรง ๆ เมื่อเทคนิคไหนไม่จำเป็นต้องจ่ายเพิ่ม
บริการครบวงจร: ปรึกษา → ออกแบบ → ผลิต → จัดส่ง
บริการของ Box Gallery จบครบในที่เดียว เริ่มจากปรึกษาฟรีเพื่อเลือกกระดาษและระบบพิมพ์ ทีมออกแบบขึ้นโครงกล่องและอาร์ตเวิร์ค ผลิตด้วยเครื่อง HEIDELBERG ผ่าน QC ตามระบบ ISO 9001:2015 แล้วจัดส่งถึงหน้าประตูทั่วไทย คุณคุยกับผู้ประสานงานคนเดียวตลอดโปรเจกต์ ไม่ต้องตามงานหลายเจ้า
ขอใบเสนอราคาฟรี
ขอใบเสนอราคาพิมพ์แพ็คเกจจิ้งได้ฟรีโดยไม่มีข้อผูกมัด เพียงแจ้งประเภทสินค้า ขนาดกล่องโดยประมาณ จำนวนที่ต้องการ และแนบโลโก้หรือไฟล์แบบ (ถ้ามี) ผ่าน ทีมงานตอบกลับภายใน [ต้องเติม: ระยะเวลาตอบกลับใบเส
